เครื่องบินขับไล่ Gripen สัญชาติสวีเดนของกองทัพอากาศไทยกับภารกิจรบจริงเป็นครั้งแรกของโลก

เครื่องบินขับไล่ Gripen ของกองทัพอากาศไทยปฏิบัติภารกิจรบจริงครั้งแรกของโลกในการปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อม F-16 ทิ้งระเบิดรอบแรกใน 30 ปี

เพียงไม่ถึงสองเดือนหลังจากการแถลงข่าวโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Gripen E/F ของกองทัพอากาศไทย (ทอ.) สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาได้ทวีความตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง จนนำไปสู่การปะทะด้วยอาวุธจริง ในวิกฤตการณ์ครั้งนี้ ทอ. ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการแสดงศักยภาพและเข้าปฏิบัติการทางอากาศเพื่อปกป้องอธิปไตยของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้เครื่องบินขับไล่ Gripen ในภารกิจรบจริงเป็นครั้งแรกของโลก และการใช้ F-16 ทิ้งระเบิดตอบโต้ในรอบกว่า 30 ปี บทความนี้จะนำเสนอเหตุการณ์สำคัญและบทบาทของกองทัพอากาศไทยในความขัดแย้งดังกล่าว

ไทม์ไลน์เหตุการณ์สำคัญ:

  • 3 มิถุนายน 2568:
      • กองทัพอากาศเตรียมแถลงรายละเอียดโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Gripen E/F รุ่นใหม่ล่าสุดจากสวีเดน (Ref: Link)
  • 4 – 5 มิถุนายน 2568:
      • กองทัพอากาศจัดแถลงข่าวความพร้อมในการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Gripen E/F ระยะที่ 1 จำนวน 4 เครื่อง มูลค่า 19,500 ล้านบาท โดยยืนยันถึงความโปร่งใส ความคุ้มค่า และประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ รวมถึงการได้ผลประโยชน์ต่างตอบแทนกลับสู่ประเทศด้วย (Offset Policy) โดยการจัดหาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทดแทนเครื่องบิน F-16 ที่ประจำการมากว่า 37 ปี ซึ่งจะทยอยปลดประจำการในช่วงปี 2571 – 2578 และเสริมศักยภาพให้กับฝูงบิน Gripen C/D ซึ่งกองทัพอากาศได้จัดหามาตั้งแต่ ปี 2554 (Ref: Link)
      • พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ยืนยันความพร้อมในการดูแลน่านฟ้าชายแดนไทย-กัมพูชา ประสานเตรียมความพร้อมร่วมกับกองทัพบกอยู่ตลอด โดยสามารถขึ้นบินสกัดการคุกคามได้ภายใน 5 นาที (Ref: Link)
      • นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม (ในขณะนั้น) ระบุว่าโครงการจัดหาเครื่องบิน Gripen E/F ของกองทัพอากาศยังไม่ได้ถูกบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมของคณะรัฐมนตรี (ครม.) (Ref: Link)
  • 7 มิถุนายน 2568:
      • เพจกองทัพอากาศไทย Royal Thai Air Force โพสต์ภาพการติดตั้งระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์ GBU-10 (ฉายา “ไข่ยักษ์เบอร์ 0”) บนเครื่องบิน Gripen C/D เพื่อแสดงความพร้อมในการตอบโต้รวดเร็ว รุนแรง แม่นยำ หากอธิปไตยถูกคุกคาม (Ref: Link)
      • ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองว่าการแถลงจัดหา Gripen ของกองทัพอากาศ อาจเป็นการส่งสัญญาณปรามกัมพูชา ถือเป็นการสื่อสารเพื่อป้องปรามทางจิตวิทยา (Ref: Link)
      • มีการกล่าวถึงจรวด MBDA Meteor ที่มีระยะยิงไกลถึง 200 กม. และ No-Escape Zone สูงถึง 60 กม. ซึ่งจะประจำการพร้อมกับ Gripen E/F เพื่อยกระดับศักยภาพการรบทางอากาศ (Ref: Link)
  • 12 มิถุนายน 2568:
      • นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม (ในขณะนั้น) หารือกับเอกอัครราชทูตฮังการีประจำประเทศไทย เพื่อขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ในฐานะประเทศผู้ใช้เครื่องบิน Gripen เช่นเดียวกับไทย (Ref: Link)
  • 13 มิถุนายน 2568:
      • เครื่องบินขับไล่ Gripen ติดอาวุธ ของฝูงบิน 701 กองบิน 7 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขึ้นปฏิบัติภารกิจบินลาดตระเวนในพื้นที่อ่าวไทย เพื่อพิทักษ์รักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล (Ref: Link)
      • มีรายงานการเคลื่อนไหวของทหารกัมพูชาบริเวณเนิน 745 ตรงข้ามเขาสัตตะโสม ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดการปะทะซ้ำรอยปี 2554 Link
  • 15 มิถุนายน 2568: Saab บริษัทอุตสาหกรรมป้องกันประเทศจากสวีเดน ผู้ผลิต Gripen ประกาศความสำเร็จในการผสานปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับเครื่องบิน Gripen E ซึ่งสามารถทำหน้าที่แนะนำการยิงและดำเนินการซ้อมรบแบบซับซ้อนได้อย่างอิสระในการต่อสู้อากาศนอกระยะสายตา (Beyond Visual Range) (Ref: Link)
  • 21 มิถุนายน 2568: ดีอีแจ้งเตือนข่าวปลอมเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา “ไทยจะยึดประเทศกัมพูชา หากกัมพูชาไม่ถอนกำลัง” และ “ประเทศไทย เตรียมบุกไปกัมพูชาแล้ว” ข่าวปลอมดังกล่าวสร้างความเข้าใจผิดและความสับสนให้กับประชาชน โดยอ้างข้อมูลจากคลิปสัมภาษณ์ของผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ในงานแถลงข่าวเกี่ยวกับการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ Gripen เพื่อมาทดแทนเครื่องบินที่ใกล้จะปลดประจำการ (Ref: Link)
  • 27 มิถุนายน 2568: 
      • ผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้าชี้แจงงบประมาณกระทรวงกลาโหม วงเงิน 204,434 ล้านบาท โดย ผบ.ทอ.เผยว่าโครงการจัดซื้อ Gripen จ่อเข้า ครม.ในเดือนกรกฎาคมนี้ (Ref: Link)
      • กองทัพอากาศโต้ข่าวปลอมที่ระบุว่ากองทัพไทยจะมีการส่งหน่วยรบพิเศษตามด้วย Gripen ไปทำลายคลังเสบียงของกัมพูชา โดยยืนยันว่าไม่มีแผนการณ์ดังกล่าว (Ref: Link)
      • 2 กรกฎาคม 2568: นายภูมิธรรม เวชยชัย อำลาตำแหน่ง รมว.กลาโหม โดยยืนยันว่าได้เซ็นสัญญาจัดซื้อเรือดำน้ำแล้ว แต่โครงการ Gripen ยังไม่ทันอนุมัติ และจะต้องส่งไม้ต่อให้รัฐมนตรีคนใหม่ (Ref: Link)
  • 16 – 17 กรกฎาคม 2568: พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยเหตุการณ์ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดบริเวณช่องบก จ.อุบลราชธานี ซึ่งฝ่ายไทยยืนยันว่าเป็นระเบิดใหม่ไม่ใช่ของเก่าตกค้าง (Ref: Link)
  • 23 กรกฎาคม 2568: เกิดเหตุทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดอีกครั้ง บริเวณช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี ได้กลายเป็นชนวนหลักที่ทำให้สถานการณ์ชายแดนตึงเครียดสูงสุด (Ref: Link)
  • 24 กรกฎาคม 2568:
      • พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ประกาศปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชาในพื้นที่ทั้งหมด พร้อม 2 ปราสาท ตาเมือนธม-ตาควาย ตอบโต้การวางทุ่นระเบิดสังหาร PMN2 ของกัมพูชา (Ref: Link)
      • นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกฯ สั่งลดระดับความสัมพันธ์เรียกทูตไทยประจำกัมพูชากลับ พร้อมส่งทูตกัมพูชากลับประเทศ ในขณะที่กัมพูชาประกาศลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทยสู่ระดับต่ำสุด (Ref: Link)
      • สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาทวีความรุนแรงขึ้น กัมพูชาเปิดฉากยิงใส่ไทยบริเวณปราสาทตาเมือนธม จ.สุรินทร์ และกองทัพบกรายงานสถานการณ์กัมพูชาใช้อาวุธจรวด BM-21 ยิงเข้ามาในพื้นที่ชุมชนภายในศูนย์พัฒนาพื้นที่ชายแดน อำเภอกาบเชิง จ.สุรินทร์ (Ref: Link)
      • CNN และสถาบันศึกษายุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ (International Institute for Strategic Studies หรือ IISS) วิเคราะห์ว่ากองทัพไทยมีศักยภาพเหนือกว่ากัมพูชามาก ทั้งกำลังพลและยุทโธปกรณ์ (Ref: Link)
      • กองทัพอากาศไทยเปิดปฏิบัติการส่งเครื่องบิน F-16 โจมตีทางอากาศตอบโต้กองทัพกัมพูชาในจุดสำคัญ ทางทิศใต้ของปราสาทตาเมือนธม (Ref: Link)
  • 25 กรกฎาคม 2568:
      • มีรายงานว่าเครื่องบินขับไล่ Gripen C/D ของกองทัพอากาศไทยได้ขึ้นบินในภารกิจสู้รบกับกัมพูชา ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์โลกที่เครื่องบิน Gripen ถูกใช้ในภารกิจสู้รบจริงและใช้อาวุธจริง (Ref: Link)
      • ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศและเศรษฐกิจอาเซียน เตือนว่าหากการสู้รบยืดเยื้อ 30 วัน ไทยอาจเสี่ยงสูญเสียรายได้การส่งออกราว 21,000 ล้านบาท และแนะนำรัฐบาลต้องชนะด้วยวิธีการทูต (Ref: Link)
      • มีการตั้งคำถามในโซเชียลมีเดียว่าทำไมกองทัพอากาศจึงไม่ใช้ Gripen ในปฏิบัติการโต้ตอบป้องกันอย่างได้สัดส่วน (Proportional Defense) กับกัมพูชา (Ref: Link) 
  • 26 กรกฎาคม 2568:
      • กองทัพอากาศไทยส่ง F-16 จำนวน 2 ลำ และ Gripen อีก 2 ลำ ออกปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายทางทหารของกัมพูชาอย่างแม่นยำในพื้นที่ยุทธบริเวณ “ภูมะเขือ” และ “ปราสาทตาเมือนธม” หลังทหารกัมพูชาเตรียมใช้อาวุธวิถีโค้งยิงใส่ฝ่ายไทย (Ref: Link)
      • การขึ้นบินของเครื่องบิน Gripen ในภารกิจสู้รบครั้งนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์ของเครื่องบินขับไล่ Gripen ที่ใช้ในภารกิจสู้รบและใช้อาวุธจริงเป็นครั้งแรก แม้จะประจำการในหลายประเทศมาแล้ว (Ref: Link) 
      • เครื่องบิน F-16 และ Gripen ของกองทัพอากาศ ยังคงปฏิบัติการทิ้งระเบิดตอบโต้เป็นรอบที่สองของวัน ในพื้นที่ปราสาทตาควาย หลังสถานการณ์ปะทะยังคงดำเนินไปอย่างดุเดือด (Ref: Link)
      • จากกรณีที่กองทัพอากาศใช้เครื่องบินขับไล่ Gripen ของสวีเดนในภารกิจสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา รัฐบาลสวีเดนกำลังติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งไทยและกัมพูชาอย่างใกล้ชิด โดยได้เน้นย้ำถึงสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ (Ref: Link) 
  • 27 กรกฎาคม 2568:
      • กัมพูชาเปิดฉากยิงกระสุนปืนใหญ่และจรวด BM-21 เข้าใส่พื้นที่พลเรือนไทยใน จ.สุรินทร์ ทำให้บ้านเรือนประชาชนเสียหาย (Ref: Link) 
      • กองทัพอากาศไทยตอบโต้ด้วยการส่ง F-16 และ Gripen โจมตีฐานทหารกัมพูชาเพิ่มเติมอย่างแม่นยำ เพื่อทำลายเป้าหมายทางทหารและยับยั้งการโจมตี มีการเผยแพร่ภาพความเสียหายของฐานทหารกัมพูชาบนภูมะเขือหลังถูกถล่ม (Ref: Link)
      • นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าได้มีการสนทนากับประธานาธิบดีโดนัลด์ ซึ่งได้เสนอให้ไทยและกัมพูชาดำเนินการหยุดยิงโดยทันที (Ref: Link) 
  • 28 กรกฎาคม 2568:
      • มีการเจรจาหยุดยิงระหว่างไทยและกัมพูชาที่มาเลเซีย โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนฝ่ายไทย และบรรลุข้อตกลงหยุดยิงอย่างไม่มีเงื่อนไข เริ่มตั้งแต่เที่ยงคืนของวันที่ 28 ก.ค. เป็นต้นไป (Ref: Link)
  • 29 กรกฎาคม 2568:
      • กองทัพอากาศไทยออกแถลงการณ์สรุปการปฏิบัติภารกิจสนับสนุนกองทัพบก ระหว่างวันที่ 24-28 ก.ค. 2568 โดยยืนยันว่าการดำเนินการเป็นไปเพื่อปกป้องอธิปไตยตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ (มาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ) และมุ่งทำลายเฉพาะเป้าหมายทางทหารเท่านั้น ลดความเสี่ยงต่อพลเรือน และสร้างเงื่อนไขเชิงยุทธศาสตร์ที่เอื้อต่อการเจรจาสันติภาพ (Ref: Link)
      • พล.อ.ท.ประภาส สอนใจดี โฆษกกองทัพอากาศ ระบุว่ากองทัพอากาศใช้ F-16 และ Gripen เข้าสนับสนุนภารกิจภาคพื้น โจมตีศูนย์การรบและคลังอาวุธของกัมพูชาอย่างแม่นยำ พร้อมปฏิบัติการทั้งกลางวันและกลางคืน (Ref: Link)
  • 1 สิงหาคม 2568:
      • สำนักข่าวพนมเปญโพสต์ของกัมพูชาและ Defense Security Asia ของมาเลเซีย รายงานว่า นางมาเรีย มัลเมอร์ สเตเนอร์การ์ด รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสวีเดน ได้ปฏิเสธคำขอของประเทศไทยที่จะขอซื้อเครื่องบินขับไล่ Gripen เพิ่มเติม หลังจากที่กองทัพอากาศไทยเป็นชาติแรกที่ใช้เครื่องบินขับไล่กริพเพนในการสู้รบจริง (Ref: Link)
      • กองทัพอากาศไทย (ทอ.) ยืนยัน “ข่าวบิดเบือนความจริง” กรณี สื่อกัมพูชาอ้างว่า สวีเดนระงับการขาย Gripen เพิ่มเติมให้กับ ทอ. ซึ่งข้อมูลที่ทางสื่อกัมพูชากล่าวอ้าง เป็นการนำข้อมูลมาบิดเบือนข้อเท็จจริง โครงการดังกล่าว ยังคงอยู่ในระหว่างกระบวนการจัดซื้อ (Ref: Link)

บทสรุป

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่ทวีความตึงเครียดและนำไปสู่การปะทะด้วยอาวุธจริง การที่เครื่องบินขับไล่ Gripen ของสวีเดนได้เข้าปฏิบัติภารกิจรบจริงเป็นครั้งแรกของโลกในสถานการณ์นี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์การใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ทางการทหาร กองทัพอากาศได้ยืนยันการดำเนินการตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ (มาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ) โดยมุ่งเน้นการทำลายเป้าหมายทางทหารเพื่อลดความเสี่ยงต่อพลเรือน และสร้างเงื่อนไขที่เอื้อต่อการเจรจาสันติภาพ การปฏิบัติภารกิจด้วยเครื่องบิน F-16 และ Gripen สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมของกองทัพไทยในการรับมือกับภัยคุกคามทุกรูปแบบ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค

ข่าวล่าสุด

ควันหลงฟุตบอลโลก 2026 ที่ทุกโมเมนต์กลายเป็นกระแสไวรัล

ฟุตบอลโลก 2026 ปิดฉากลงพร้อมกับการคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 2 ของทีมชาติสเปน หลังจากรอคอยมานานถึง 16 ปี แต่สิ่งที่ไม่ได้จบลงพร้อมเสียงนกหวีดสุดท้ายคือกระแสบนโลกโซเชียล เพราะฟุตบอลโลกครั้งนี้มีประเด็นให้พูดถ…

Read More »

โซเชียลเทรนด์ มิถุนายน 2569 ภาพสะท้อนสังคม-การเมือง-ปากท้อง

สรุปเทรนด์โซเชียลมีเดียไทย เดือนมิถุนายน 2569: จากการวิเคราะห์ 591,371 โพสต์ บน 5 แพลตฟอร์ม (Facebook, Instagram, TikTok, X, YouTube) ที่มี Engagement รวมกว่า 6.49 พันล้านครั้ง ประเด็นที่คนไทยให้ความส…

Read More »

“เนเน่ รอยัล” ไวรัลข้ามคืน ร็อกสตาร์สาวไทยแจ้งเกิดบนเวที AGT

“เนเน่ รอยัล” หรือ แพรว-รัตติกานต์ อำลอย นักร้องและมือกีตาร์วัย 16 ปีจากภูเก็ต หัดจับกีตาร์เองมาตั้งแต่เด็ก ค่อย ๆ เก็บชั่วโมงบินจากการขึ้นเวทีจริง ทั้งรายการ Super 10 และการเล่นดนตรีสดประ…

Read More »

กระแสวิ่งยังแรง! ดันเทรนด์ “วิ่งแลกของ” ฮิตจนหลายแบรนด์แห่ทำ

เมื่อก่อนคนวิ่งเพื่อสุขภาพเฉยๆ แต่ตอนนี้การวิ่งเหมือนต้องมี “ของแลก” กลับมาด้วย อย่างเหรียญ เสื้อ แว่นตา หรือสิทธิประโยชน์จากแบรนด์ต่าง ๆ จนเกิดกระแส “วิ่งแลกของ” ที่เป็นที่สนใจมากขึ้นบนโซ…

Read More »

“รถไฟชนรถเมล์-รถอีวีไฟไหม้” ชาวเน็ตไม่ปล่อยผ่าน จุดกระแสถามหาความปลอดภัย

เดือนพฤษภาคม 2569 หลังจากวาระระดับชาติอย่างเทศกาลสงกรานต์ผ่านพ้นไป ความสนใจของโซเชียลไทยได้หันกลับมาสู่เรื่องในประเทศอีกครั้ง โดยเฉพาะประเด็นใกล้ตัวที่กระทบต่อคุณภาพชีวิต เสถียรภาพทางเศรษฐกิจในครัวเรื…

Read More »

ทีวี…ยังจำเป็นไหม? นับถอยหลังปี ’72 เมื่อใบอนุญาตทีวีกำลังจะหมดอายุ

จากโมเมนต์ “เฝ้าหน้าจอทีวี” สู่ยุคสตรีมมิ่งเต็มรูปแบบ หลายคนตั้งคำถาม “ทีวียังจำเป็นอยู่ไหม” ชวนสำรวจความสำคัญของฟรีทีวีที่ซ่อนอยู่ และร่วมจับตาอนาคตครั้งใหญ่ที่กำลังนับถอยหลัง…

Read More »