กระแส USS Abraham Lincoln เทียบท่าพัทยา ขยายบทสนทนาบนโลกออนไลน์ไปถึงความคึกคักของเมืองพัทยา ความหวังในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจท้องถิ่น ตลอดจนผู้คนและคนทำงานที่อยู่เบื้องหลังเมืองท่องเที่ยว และข้อถกเถียงเรื่องกฎหมาย
ข่าวการเทียบท่าของเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ USS Abraham Lincoln ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ณ ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ระหว่างวันที่ 2–6 ก.ย. 69 หลังปฏิบัติภารกิจกลางทะเลต่อเนื่องราว 250 วัน กลายเป็นอีกหนึ่งกระแสที่ได้รับความสนใจบนโลกออนไลน์ไทยอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อจุดหมายคือการท่องเที่ยวเมืองพัทยา
แต่สิ่งที่ถูกพูดถึงไม่ได้มีเพียงภารกิจ หรือกำลังพลกว่า 5,000 นายเท่านั้น บทสนทนาบนโซเชียลยังขยายไปถึงความคึกคักของเมืองพัทยา ความหวังในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจท้องถิ่น ตลอดจนผู้คนและคนทำงานที่อยู่เบื้องหลังเมืองท่องเที่ยว และข้อถกเถียงเรื่องกฎหมาย
จากข่าวเรือเทียบท่าจึงกลายเป็นบทสนทนาที่ชวนมองว่า เมื่อพูดถึง “พัทยา” โลกออนไลน์ไทยกำลังนึกถึงอะไร และมองเห็นใครบ้างในระบบเศรษฐกิจของเมืองนี้
คลื่นเศรษฐกิจพัดเข้าฝั่ง หวังปลุกรายได้ท่องเที่ยว-ท้องถิ่น
หนึ่งในความคาดหวังที่เกิดขึ้นพร้อมกับการมาถึงของกำลังพลสหรัฐฯ หลายพันนาย คือแรงกระตุ้นทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นในพัทยาและพื้นที่ใกล้เคียง โดยนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้คาดการณ์ว่าจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจพัทยาไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท
ชาวเน็ตและผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและพัทยา ต่างแชร์ภาพร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม และสถานบันเทิงที่เตรียมพร้อมต้อนรับผู้มาเยือน บางแห่งประกาศรับสมัครพนักงานเพิ่มเพื่อรองรับความคึกคัก ขณะที่ผู้ประกอบการในพื้นที่ก็คาดหวังว่ากำลังซื้อของผู้มาเยือนจะช่วยกระจายรายได้ไปยังธุรกิจหลายประเภท ตั้งแต่ที่พัก อาหาร การเดินทาง ไปจนถึงบริการยามค่ำคืน
ความคิดเห็นส่วนหนึ่งบนโลกออนไลน์มองว่า เหตุการณ์นี้จะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนที่กระจายสู่ภาคธุรกิจบริการ และคนทำงานระดับฐานรากโดยตรง อีกทั้งยังช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพัทยาได้อย่างเป็นรูปธรรมในช่วงเวลาสั้น ๆ นี้
ทว่าเมื่อปลายทางของกำลังพลจำนวนหนึ่งคือเมืองที่มีภาพจำเรื่อง “Nightlife” บทสนทนาก็เริ่มเคลื่อนไปอีกทาง
อาชีพที่ผิดกฎหมาย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีอยู่จริง
จากการรวบรวมข้อมูลบทสนทนาบนโซเชียลมีเดียผ่านเครื่องมือ Social Listening (dxt:360) ในช่วงวันที่ 28 ส.ค. – 3 ก.ย. 69 พบว่าเรื่อง “ค้าบริการทางเพศ” เป็นหนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจโดยสร้างการมีส่วนร่วม (Engagement) กว่า 175,774 ครั้ง สะท้อนว่าแม้อาชีพ “ผู้ให้บริการทางเพศ” (Sex Worker) จะผิดกฎหมายภายใต้ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาชีพนี้มีอยู่จริงและอยู่ในการรับรู้ของสังคมมาอย่างยาวนาน
สิ่งที่น่าสนใจคือ 74% ของ Engagement ทั้งหมดเกิดขึ้นในวันที่ 30 ส.ค. ภายหลังปฏิบัติการ “กวาดล้างและจัดระเบียบ” ในคืนวันที่ 29 ส.ค. 69 โดยเจ้าหน้าที่และตำรวจได้ลงพื้นที่บริเวณชายหาดพัทยา และควบคุมตัวผู้ทำงานบริการหลายสิบคนด้วยข้อสงสัยเกี่ยวกับการค้าประเวณี
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้โลกออนไลน์ตั้งข้อสังเกตว่า แม้การตรวจตราจะทำเพื่อรักษาความปลอดภัย รวมถึงเฝ้าระวังปัญหาการค้ามนุษย์ ตลอดจนการแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศจากเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการจัดการอย่างจริงจัง
คำถามในสังคมออนไลน์จึงขยับไปสู่ “ในเมื่อมีคนทำงานอยู่จริง จะดูแลพวกเขาอย่างไร?”
ไม่ใช่แค่ชั่วคราว เสียงสะท้อนปลดล็อกกฎหมาย Sex Worker
บทสนทนาบนโลกออนไลน์ส่วนหนึ่งจึงยกระดับไปสู่การสนับสนุนให้ปฏิรูปกฎหมาย เพื่อคุ้มครองสิทธิแก่ผู้ใหญ่ที่สมัครใจให้บริการทางเพศ ตั้งแต่การเข้าถึงบริการสุขภาพ การป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ความปลอดภัยในการทำงาน ไปจนถึงช่องทางร้องเรียนหรือแจ้งความเมื่อถูกทำร้ายหรือถูกเอาเปรียบ
โซเชียลมีเดียบางส่วนได้ออกมาหยิบยกประเด็น ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ (ฉบับภาคประชาชน) ที่มีสาระสำคัญคือการเปลี่ยนกรอบความคิดจากการลงโทษทางอาญาและตรวจจับแบบชั่วคราว ไปสู่การสร้างกลไกคุ้มครองถาวร ที่จะช่วยป้องกันการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ การค้ามนุษย์ และการสร้างมาตรฐานสิทธิแรงงาน สวัสดิการ และการคุ้มครองความปลอดภัยให้แก่ผู้ประกอบอาชีพบริการอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม
ขณะที่เสียงบางส่วนยังมีความกังวลว่า ร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวอาจทำให้เกิดช่องโหว่การค้ามนุษย์ และการบังคับค้าประเวณี
อย่างไรก็ตาม การถกเถียงเรื่องกฎหมายนับเป็นก้าวสำคัญของสิทธิแรงงาน แต่ในอีกด้านหนึ่งที่กระแสครั้งนี้ทำให้เห็นถึงวิธีที่สังคมพูดถึง Sex Worker ซึ่งมีผลต่อการมองเห็นคุณค่าของคนทำงานไม่แพ้กัน
Sex Worker ถูกมองเห็น...แต่ผ่าน “มุกตลก”
ขณะเดียวกัน บางความคิดเห็นยังชี้ว่า คอนเทนต์ลักษณะนี้อาจบดบังข้อเท็จจริงอีกด้านของอาชีพ ทั้งความเสี่ยงจากความรุนแรง สุขภาพ ความปลอดภัย และการถูกเอาเปรียบ ซึ่งล้วนเป็นประเด็นเดียวกับที่ข้อเสนอเรื่องการคุ้มครองกำลังพยายามผลักดันให้สังคมหันมาใส่ใจ
ในช่วงเวลาเดียวกัน ผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียบางส่วนก็พูดถึงประเด็น Sex Worker ในเชิงขำขัน ทั้งการหยอกล้อเรื่อง Nightlife หรือการสร้างภาพจำว่าผู้หญิงกำลัง “เตรียมตัวต้อนรับ” ทหารอเมริกัน
สิ่งที่ตามมาคือ “กระแสตีกลับ” ที่ชวนมองว่า ขณะที่สังคมกำลังพูดถึงสิทธิและการคุ้มครอง Sex Worker มากขึ้น การนำคนทำงานกลุ่มเดียวกันมาเป็นวัตถุดิบสร้างเสียงหัวเราะหรือ Engagement นั้น กำลังช่วยให้พวกเขาถูกมองเห็นมากขึ้นจริงหรือไม่ หรือกำลังทำให้คนกลุ่มนี้ถูกลดทอนเหลือเพียงภาพจำและมุกตลกบนหน้าฟีด
เมื่อเรือถอนสมอ…
เมื่อเรือ USS Abraham Lincoln เดินทางออกจากชายฝั่งไทยไปตามกำหนดการ กระแสบนหน้าฟีดอาจค่อย ๆ ซาลงไป แต่สิ่งที่ทิ้งไว้เบื้องหลังคือคำถามเรื่องกฎหมาย ความปลอดภัย การค้ามนุษย์และสิทธิขั้นพื้นฐานของ Sex Worker ที่ยังไร้ข้อสรุป
- by Pravethida Anomakiti, Pornlada Panichakul




