เบื้องหลังความสำเร็จของทีมการตลาด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับงบประมาณมหาศาล หากแต่อยู่ที่กลยุทธ์การบริหารคนและการสร้างทีมให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลง
ในงาน ANGA Clubhouse 2026 — The Winning Marketing Direction เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้เชี่ยวชาญได้มาร่วมแบ่งปันอินไซต์สำคัญเกี่ยวกับ “รูปแบบการทำงานสู่ชัยชนะ” ผสานกับ “ทักษะแห่งอนาคต” ที่จะช่วยให้คนทำงานยังคงเหนือกว่า AI และสามารถนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมายได้อย่างแม่นยำ
Behind the Wins: 4 รูปแบบการทำงานสู่ชัยชนะ
จากประสบการณ์การทำงานร่วมกับกว่า 500 แบรนด์ คุณไพลิน หวังพัฒนธน Chief Operating Officer แห่ง ANGA Bangkok พบว่า ทีมที่ประสบความสำเร็จมักมี 4 รูปแบบการทำงานที่ชัดเจน ดังนี้
1) Speed and Flow: ความเร็วคือความได้เปรียบ โดยเฉพาะในยุคที่ทุกอย่างวัดผลเป็นวัน การตัดสินใจที่ล่าช้าอาจหมายถึงโอกาสที่หลุดลอย แต่ไม่ใช่แค่ทำเร็วเท่านั้น ทีมที่จะชนะต้องมีผู้มีอำนาจตัดสินใจที่ชัดเจน เพื่อให้งานเดินหน้าต่อได้ไม่ติดขัด
2) Data as a Bridge: ใช้ข้อมูลเป็นภาษากลางในการสื่อสาร เชื่อมโยงการทำงานทั้งภายในและภายนอก โดยข้อมูลไม่จำเป็นต้องอยู่ในรูปแบบรายงานที่สวยงามเสมอไป เพียงแค่ภาพสกรีนช็อตแชทลูกค้า หรือโปรไฟล์กลุ่มเป้าหมาย ก็ช่วยนำไปปรับกลยุทธ์ให้คมขึ้นได้
3) Aligned Inside, Stronger Outside: ทีมต้องมีทิศทางและเป้าหมายเดียวกันก่อนเริ่มแคมเปญ โดยเฉพาะการแชร์อินไซต์ระหว่างทีมขายกับทีมการตลาดเพื่อให้เห็นภาพที่ตรงกัน ก่อนส่งต่อให้พาร์ตเนอร์หรือเอเจนซี่ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพที่สุด
4) Agile in Practice: สิ่งที่เป็นสูตรสำเร็จในปีที่แล้ว อาจใช้ไม่ได้ผลในปีนี้ ทีมที่ชนะต้องไม่ยึดติดกับความสำเร็จเดิม ๆ แต่ต้องกล้าลองเพื่อหาแนวทางใหม่ ๆ อยู่เสมอ และพร้อมปรับตัวรับมือกับความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เช่น อัลกอริทึมของ AI หรือสถานการณ์บ้านเมืองที่คาดไม่ถึง
Marketing Skills: 4 ทักษะตัดสินอนาคตธุรกิจ
เมื่อ AI สามารถทำงานพื้นฐานแทนมนุษย์ได้เกือบทั้งหมด ตั้งแต่การทำ Market Research, Customer Persona ไปจนถึงการวางแผนกลยุทธ์และการทำกราฟิก นักการตลาดจึงจำเป็นต้องพัฒนาทักษะที่ AI ยังทำแทนไม่ได้ ซึ่งคุณเอก ศุภณัฐ ไทยยานันท์ Business Growth Manager จาก ANGA Mastery ได้นำเสนอ 4 ทักษะสำคัญไว้ดังนี้
1) Industry Specific Knowledge: ความรู้เชิงลึกและประสบการณ์ในอุตสาหกรรมนั้น ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ไม่มี เช่น อินไซต์เฉพาะพื้นที่ หรือความสามารถในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องอาศัยความเป็นมนุษย์
2) Know First, Prompt Better: การมีพื้นฐานความรู้ในเรื่องที่จะทำก่อนใช้ AI เช่น หากต้องการสร้างเว็บไซต์ ต้องเข้าใจหลักการออกแบบและ Requirement เบื้องต้นก่อน เพื่อให้สามารถสั่งงาน AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว
3) Soft Skills & Organization Culture: ความเข้าใจบริบทของมนุษย์และวัฒนธรรมองค์กร เช่น รู้วิธีสื่อสารหรือนำเสนองานให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริหารในแต่ละสถานการณ์ ซึ่ง AI ไม่สามารถเข้าใจความซับซ้อนของอารมณ์และบริบทสังคมได้เท่ามนุษย์
4) Ownership: การสร้างจิตสำนึกแบบเจ้าของธุรกิจ ทำงานแบบ Go Above and Beyond มีความรับผิดชอบสูง และคำนึงถึงงบประมาณของบริษัทเหมือนเป็นเงินของตัวเอง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่องค์กรยุคใหม่มองหามากกว่าแค่คนทำงานเก่ง
บทสรุปความสำเร็จในสมรภูมิการตลาดไม่ได้วัดกันที่เม็ดเงินหรือเครื่องมือที่ล้ำสมัยที่สุดเท่านั้น แต่เริ่มต้นจากการที่ผู้นำสามารถขับเคลื่อนทีมด้วยความรู้สึกเป็นเจ้าของ ทำงานได้อย่างไหลลื่น มีเป้าหมายชัดเจน และพร้อมปรับตัวอย่างรวดเร็วต่อทุกความเปลี่ยนแปลง
การติดอาวุธด้วยทักษะสำคัญ ทั้งความรู้ลึกในอุตสาหกรรมและการเข้าใจบริบทของมนุษย์ที่ AI เลียนแบบไม่ได้ จะเป็นตัวตัดสินว่าใครคือ “Winning Team” ตัวจริง ทีมที่ไม่เพียงใช้เครื่องมือเก่ง แต่ยังเป็นทีมที่ทำงานร่วมกันได้อย่างทรงประสิทธิภาพที่สุดเพื่อคว้าทุกชัยชนะในโลกธุรกิจอนาคต




