แฮชแท็ก #เครนถล่ม ขึ้นเทรนด์ X (Twitter) ประเทศไทย วันนี้ (14 ม.ค. 69) หลังเกิดเหตุเครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน หล่นทับขบวนรถไฟด่วนพิเศษที่ 21 เส้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์–อุบลราชธานี บริเวณช่วงระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่น–สถานีสีคิ้ว จ.นครราชสีมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก
เหตุการณ์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านภาพและคลิปวิดีโอจากพื้นที่เกิดเหตุบนหลายแพลตฟอร์มโซเชียล ขณะที่คำค้นหา “ข่าวรถไฟ” มีปริมาณการค้นหาบน google กว่า 10,000 ครั้ง ภายในเวลา 5 ชั่วโมง สะท้อนความสนใจของประชาชนที่เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ภาพรวมความเสียหาย
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (DDPM) รายงานว่า อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดบริเวณกิโลเมตรที่ 220 หลัก 9 บ้านถนนคด ม.11 ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา โดยเครนที่ใช้ก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงหล่นทับตู้โดยสารขบวนรถไฟด่วนพิเศษที่ 21 กรุงเทพฯ–อุบลราชธานี ส่งผลให้ตู้โดยสารได้รับความเสียหาย 3 ตู้ มีผู้โดยสารรวมพนักงานประจำรถประมาณ 195 คน โดยรายงานล่าสุดเมื่อเวลา 12.30 น. พบผู้เสียชีวิต 22 ราย และอยู่ระหว่างการสำรวจเพิ่มเติม
จุดเกิดเหตุอยู่ในพื้นที่อำเภอสีคิ้ว เป็นโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน เส้นทางกรุงเทพฯ–นครราชสีมา โดยเป็นงานโยธาสัญญาที่ 3-4 ช่วงลำตะคอง–สีคิ้ว และกุดจิก–โคกกรวด ระยะทาง 37.45 กิโลเมตร วงเงิน 9,848 ล้านบาท ซึ่งดำเนินการโดย บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) [ITD] ในฐานะผู้รับจ้าง
โซเชียลกับแรงกดดันต่อภาครัฐ
กระแส #เครนถล่ม ไม่ได้มีเพียงการรายงานข่าวหรือแชร์ข้อมูลเหตุการณ์เท่านั้น แต่ยังกลายเป็นศูนย์รวมของผู้คนในสังคมออนไลน์ที่แสดงความไม่พอใจและตั้งคำถามต่อมาตรฐานความปลอดภัยของโครงการก่อสร้างและการดูแลของภาครัฐ แฮชแท็กดังกล่าวจึงไม่ได้สะท้อนแค่ความสนใจในเหตุการณ์ แต่ยังเป็นแรงกดดันทางสังคมที่เรียกร้องความโปร่งใสในการสอบสวนสาเหตุและการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
เสียงสะท้อนจากโซเชียลมีเดีย
นอกจากการแชร์ภาพและข้อมูลเหตุการณ์แล้ว ผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์ม X จำนวนมากยังออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง โดยหลายเสียงมุ่งเป้าไปที่คำถามเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยของระบบก่อสร้างในประเทศ ตัวอย่างความคิดเห็นที่ปรากฏในโพสต์ต่าง ๆ เช่น:
- เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้ยากมากๆ ระบบเราพังมานานแล้ว สงสารเด็ก ๆ คิดว่ารถไฟปลอดภัยที่สุดแล้ว
- จะถอดบทเรียนอีกกี่โมงเหรอ
- ประเด็นไม่ใช่แค่ชื่อบริษัท แต่คือ “ระบบกำกับความปลอดภัย” ที่ต้องถูกเอาจริงสักที
ด้านภาครัฐเองได้มีการออกมาตรการเบื้องต้น โดยมอบหมายให้กระทรวงแรงงานตรวจสอบสิทธิของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ หากเข้าข่ายตามกฎหมายแรงงาน จะได้รับการเยียวยาผ่านสำนักงานประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทนอย่างเหมาะสม
ประกาศงดเดินรถและปรับเส้นทางรถไฟ
การรถไฟแห่งประเทศไทย แจ้งปรับเปลี่ยนเส้นทางและงดเดินขบวนรถสายตะวันออกเฉียงเหนือ รวม 14 ขบวน เพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่เกิดเหตุ ดังนี้
- ขบวนรถงดเดิน จำนวน 2 ขบวน ได้แก่
– ขบวนรถด่วนพิเศษดีเซลรางที่ 21/22 กรุงเทพอภิวัฒน์ – อุบลราชธานี – กรุงเทพอภิวัฒน์
- ขบวนรถปรับเปลี่ยนเส้นทาง จำนวน 12 ขบวน ได้แก่
– ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 23/24 กรุงเทพอภิวัฒน์ – อุบลราชธานี – กรุงเทพอภิวัฒน์
– ขบวนรถเร็วที่ 135/136 กรุงเทพอภิวัฒน์ – อุบลราชธานี – กรุงเทพอภิวัฒน์
– ขบวนรถด่วนที่ 71/72 กรุงเทพอภิวัฒน์ – อุบลราชธานี – กรุงเทพอภิวัฒน์
– ขบวนรถเร็วที่ 141/142 กรุงเทพอภิวัฒน์ – อุบลราชธานี – กรุงเทพอภิวัฒน์
– ขบวนรถเร็วที่ 139/140 กรุงเทพอภิวัฒน์ – อุบลราชธานี – กรุงเทพอภิวัฒน์
– ขบวนรถธรรมดาที่ 233/234 กรุงเทพ(หัวลำโพง) – สุรินทร์ – กรุงเทพ(หัวลำโพง)
by Muttira Nommaneewong




