ภูมิทัศน์สื่อไทย 2568-2569

โซเชียลมีเดียไทย 2569 วิดีโอครองฟีด Social Search โต และบทบาท AI ในคอนเทนต์

Highlights

  • การใช้งานโซเชียลของคนไทยเป็นแบบ “Multi-platform” ผู้ใช้หนึ่งรายใช้โซเชียลมีเดียเฉลี่ย 7.3 แพลตฟอร์มต่อเดือน โดยเลือกใช้งานสลับแพลตฟอร์มตามวัตถุประสงค์เฉพาะ เช่น แชต อ่านข่าว ดูวิดีโอ ไปจนถึงการซื้อสินค้า นอกจากนี้ การใช้แพลตฟอร์มที่ต่างกันยังขึ้นอยู่กับรูปแบบเนื้อหาที่ต่างกันด้วย เช่น วิดีโอสั้น วิดีโอยาว คอนเทนต์รีวิว หรือไลฟ์สด
  • วิดีโอกลายเป็นรูปแบบหลักของคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียไทย โดยเฉพาะวิดีโอสั้น และคอนเทนต์ที่เชื่อมโยงกับการซื้อขาย นอกจากนี้ ในแง่ของการเสพข่าวสารพบว่า คนไทยชอบ “ดูข่าว” ออนไลน์ (43%) มากกว่าการ “อ่านข่าว” (32%)
  • Social Search: โซเชียลมีเดียกลายเป็นเครื่องมือค้นหาหลักในกลุ่มคนรุ่นใหม่ การทำคอนเทนต์ในปัจจุบัน จึงต้องคำนึงถึงการทำ Social SEO เช่น คีย์เวิร์ดในแคปชัน แฮชแท็ก และข้อความบนวิดีโอ เพื่อให้ AI ของแพลตฟอร์มนำคอนเทนต์ไปเสิร์ฟผู้ใช้ได้ถูกกลุ่ม
  • Human-Centric AI: AI ไม่ได้ถูกใช้เพียงเพื่อประหยัดเวลา แต่กลายเป็นเครื่องมือเพิ่มความสามารถในการสร้างคอนเทนต์ที่ตอบสนองความสนใจของผู้ใช้ได้อย่างแม่นยำ ขณะเดียวกัน สิ่งสำคัญคือต้องรักษา “หัวใจ” ของการสื่อสาร นั่นคือ “ความเป็นมนุษย์” ไว้

ไทยก้าวสู่สังคมดิจิทัลเต็มรูปแบบ

ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นสังคมดิจิทัลเต็มรูปแบบ ด้วยจำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตมากถึง 67.8 ล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วน 94.7% ของประชากรทั้งหมด 71.6 ล้านคน ขณะที่สัดส่วนของผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียต่อจำนวนประชากรก็สูงถึง 79.1% โดยมีบัญชีผู้ใช้รวม 56.6 ล้านบัญชี และแต่ละคนใช้เวลากับสื่อสังคมออนไลน์โดยเฉลี่ย 8 ชั่วโมง 39 นาทีต่อสัปดาห์

Photo Credit: รายงาน Digital 2026 - Datareportal

นอกจากเป็นช่องทางติดต่อสื่อสารหลักของคนในยุคดิจิทัลแล้ว โซเชียลมีเดียยังหลอมรวมกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้ใช้ในหลากหลายมิติ โดยผลสำรวจพบว่า …

คนไทยใช้โซเชียลมีเดียเพื่อติดต่อสื่อสารกับเพื่อนและครอบครัว (58.0%) มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือ เพื่ออ่านหรือติดตามข่าวสาร (41.5%), เพื่อฆ่าเวลา (39.7%), ค้นหาแรงบันดาลใจในการทำกิจกรรมหรือซื้อสินค้า (35.3%) และติดตามเรื่องราวที่กำลังเป็นกระแสพูดถึง (35.1%) ตามลำดับ"

Photo Credit: รายงาน Digital 2026 - Datareportal

คนไทยชอบใช้โซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มไหน

พฤติกรรมการใช้งานโซเชียลของคนไทย ไม่ได้ผูกติดกับแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งเป็นพิเศษ แต่เป็นการใช้งานแบบ “มัลติแพลตฟอร์ม”

ผู้ใช้หนึ่งรายใช้โซเชียลมีเดียเฉลี่ย 7.3 แพลตฟอร์มต่อเดือน โดยเลือกใช้งานสลับแพลตฟอร์มตามวัตถุประสงค์เฉพาะในแต่ละช่วงเวลาของวัน

ตั้งแต่แชต ติดตามข่าว ดูวิดีโอ ไปจนถึงการซื้อสินค้า นอกจากนี้ การใช้แพลตฟอร์มที่ต่างกันยังขึ้นอยู่กับรูปแบบเนื้อหาที่แตกต่างกันด้วย เช่น วิดีโอสั้น วิดีโอยาว คอนเทนต์รีวิว หรือไลฟ์สดช็อปปิงออนไลน์ เป็นต้น    

Photo Credit: รายงาน Digital 2026 - Datareportal

ด้วยเหตุนี้ การระบุชี้ชัดลงไปว่า แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียใดได้รับความนิยมมากที่สุด จึงเป็นเรื่องที่ซับซ้อน เนื่องจากแต่ละแพลตฟอร์มครองความได้เปรียบในมิติที่แตกต่างกัน เช่น …

Facebook และ LINE ยังคงมีฐานผู้ใช้งานขนาดใหญ่ที่สุดในเชิงปริมาณ ขณะที่ YouTube เป็นแพลตฟอร์มที่ผู้ใช้งานใช้เวลาอยู่นานที่สุด และ TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่ผู้ใช้รู้สึกชื่นชอบมากที่สุด"

LINE และ Facebook: จาก Mass สู่ Community ในวันที่จำนวนผู้ใช้งานเริ่มอิ่มตัว

LINE ถือเป็นแอปพลิเคชันหลักสำหรับการสื่อสารในชีวิตประจำวันของคนไทย ด้วยจำนวนผู้ใช้งานรายเดือนสูงสุดถึง 56 ล้านคน ณ เดือนตุลาคม 2568 คิดเป็น 78.2% ของประชากรทั้งหมดในช่วงเวลาดังกล่าว และคิดเป็น 82.6% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย โดยฐานผู้ใช้งานมีความคงที่และครอบคลุมเกือบทุกกลุ่มประชากร 

LINE Users in Thailand
Photo Credit: รายงาน Digital 2026 - Datareportal

LINE พัฒนาต่อยอดจากแอปส่งข้อความแชตส่วนบุคคล ไปสู่พื้นที่สื่อสารระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค ผ่านทางฟีเจอร์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น LINE Official Account (OA), LINE SHOPPING หรือ LINE TODAY ที่รองรับตั้งแต่การแจ้งข่าว บริการลูกค้า ไปจนถึงการทำธุรกรรม

นอกจากนี้ในปี 2568 LINE ยังได้เปิดตัว LINE Premium ที่คิดค่าบริการสมาชิกรายเดือน เพื่ออัปเกรดฟีเจอร์การใช้งานให้เหนือกว่าผู้ใช้ฟรีทั่วไป ซึ่งแสดงให้เห็นว่า LINE กำลังพยายามสร้างโมเดลรายได้ใหม่ในยุคที่ผู้ใช้งานให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัวเฉพาะบุคคล

Photo Credit: LINE

ในขณะที่ข้อมูลจาก Meta ระบุว่า Facebook มีผู้ใช้งาน 51.5 ล้านคนในประเทศไทย ณ ช่วงปลายปี 2568 ครอบคลุมเกือบทุกกลุ่มประชากร อย่างไรก็ดี แม้มีฐานผู้ใช้งานขนาดใหญ่ แต่ด้วยการแข่งขันของแพลตฟอร์มต่าง ๆ เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ใช้ Facebook จึงได้ขยับบทบาทจากแพลตฟอร์มที่ใช้ติดตามเพื่อนฝูงไปสู่การเป็น “ศูนย์กลางของความสนใจเฉพาะกลุ่ม” ผ่าน Facebook Groups และ Marketplace มากขึ้น 

ข้อมูลจาก hashmeta ระบุว่า Facebook มีบทบาทสูงในฐานะแพลตฟอร์มที่ผู้ใช้ติดตามเพจข่าวและกลุ่มความสนใจ …

โดยแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จบน Facebook คือแบรนด์ที่สามารถสร้างคอนเทนต์ที่กระตุ้นการมีส่วนร่วมในระดับลึก ไม่ใช่เพียงแค่การสื่อสารทางเดียวแบบ Mass Reach เหมือนที่เคย"

ภาพรวมดังกล่าวสอดคล้องกับมุมมองของ คุณปัฐวีร์ อภิวัชรเจริญสิน รองผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์ We Are Social (Thailand) Ltd. ที่ชี้ว่าสื่อไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจาก Fragmentation สู่ Atomization หรือการแตกย่อยตามความสนใจและความหลงใหลเฉพาะกลุ่ม

โดย Facebook และ LINE ซึ่งถือเป็นโซเชียลมีเดียแบบดั้งเดิม (Traditional Social Media) ยังคงมีบทบาท แต่เปลี่ยนจากพื้นที่ที่ใช้ติดต่อเชื่อมโยงกับเพื่อนฝูง ไปสู่การเป็นพื้นที่ของคอมมูนิตี้และการมีส่วนร่วม มากกว่าการหาผู้ใช้งานใหม่ โดยคุณค่าหลักของแพลตฟอร์มเหล่านี้จึงอยู่ที่การรักษาความสัมพันธ์กับฐานผู้ใช้เดิม และการสร้างปฏิสัมพันธ์เชิงลึกในกลุ่มความสนใจเฉพาะ

คุณปัฐวีร์ อภิวัชรเจริญสิน รองผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์ We Are Social (Thailand) Ltd.

TikTok: แพลตฟอร์มแห่งการค้นพบและเปิดรับสิ่งใหม่

รายงาน DataReportal Digital 2026: Thailand ซึ่งสำรวจคนไทยอายุ 16 ปีขึ้นไปที่ใช้งานโซเชียลมีเดียเป็นประจำ พบว่า TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่คนไทย “ชื่นชอบ” ที่สุด (30.3%) รองลงมาเป็น Facebook (29.2%) และ Instagram (13.3%) 

(Note: ยูทูบไม่ถูกนำมาเป็นตัวเลือกคำตอบ เนื่องจาก GWI จัดให้ยูทูบเป็นแพลตฟอร์มวิดีโอมากกว่าแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย)

Social Media
Photo Credit: รายงาน Digital 2026 - Datareportal

จุดแข็งของ TikTok คืออัลกอริทึมซึ่งวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้รายคนเพื่อนำคอนเทนต์ไปถึงผู้ชมที่สนใจโดยไม่จำเป็นต้องติดตามมาก่อน

TikTok จึงจัดเป็น Discovery Platform หรือแพลตฟอร์มที่ผู้บริโภค “เปิดใจ” เพื่อค้นพบสิ่งใหม่ ตั้งแต่ความบันเทิง ข่าวสาร ไปจนถึงสินค้าและแบรนด์

บทบาทของ TikTok จึงครอบคลุมทั้งการสร้างการรับรู้ การค้นหาข้อมูล และการกระตุ้นการซื้อในเวลาเดียวกัน ผ่านคอนเทนต์ในรูปแบบวิดีโอสั้นและไลฟ์สดที่เชื่อมต่อกับระบบช็อปปิงภายในแพลตฟอร์ม 

คนที่เข้าไปใน Discovery Platform มีจิตใจที่เปิดรับ เปิดที่จะดูนั่นดูนี่ อย่าง TikTok ก็จะมี Interest Algorithm ทำให้มีความเซอร์ไพรส์เล็ก ๆ ทุกครั้งที่เราเข้าไป มันเล่นกับสมองมนุษย์ พอมีความฟิน คนก็จะชอบเข้ามา แบรนด์ก็สามารถเข้าไปสร้างการรับรู้ได้"

YouTube: แพลตฟอร์มวิดีโอที่ผู้ใช้วางใจ

ท่ามกลางกระแสความนิยมในวิดีโอสั้น YouTube ยังคงรักษาฐานผู้ใช้งานได้อย่างเหนียวแน่น ในฐานะแพลตฟอร์มวิดีโอขนาดยาวที่ผู้ใช้งานให้เวลาและความไว้วางใจสูง  โดยคนไทยใช้เวลาบน YouTube เฉลี่ย 58 นาทีต่อวัน ซึ่งสูงที่สุดในบรรดาแพลตฟอร์มทั้งหมด ตามข้อมูลที่ปรากฏในรายงาน Digital 2026: Thailand จาก DataReportal

Photo Credit: รายงาน Digital 2026 - Datareportal

ขณะที่รายงานจาก Research and Markets ให้ข้อมูลน่าสนใจที่สอดคล้องกันว่า คนไทยรับชม YouTube เฉลี่ย 32 นาทีต่อครั้ง เทียบกับค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 24 นาที ขณะเดียวกัน คอนเทนต์ภาษาไทยยังสร้างการมีส่วนร่วมได้มากกว่าคอนเทนต์ต่างประเทศถึง 3.2 เท่า และคอนเทนต์วิดีโอแบบยาวยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยวิดีโอที่มีความยาวมากกว่า 15 นาที มีจำนวนผู้ชมเพิ่มขึ้นถึง 27% นับตั้งแต่ปี 2566

ระยะเวลาใช้งานเฉลี่ยดังกล่าวสะท้อนว่า ผู้ใช้งานไม่ได้เพียงเลื่อนผ่าน แต่ตั้งใจรับชมและมีส่วนร่วมกับคอนเทนต์ โดยคอนเทนต์บน YouTube มักเป็นคอนเทนต์เชิงอธิบาย การเรียนรู้ และรีวิวเชิงลึก ซึ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคในช่วงการพิจารณาและตัดสินใจซื้อ ทำให้ YouTube ยังคงเป็นแพลตฟอร์มสำคัญสำหรับสื่อและแบรนด์ในการสร้างความน่าเชื่อถือระยะยาวต่อผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย 

Photo generated by AI: Gemini, Feb 2026

แพลตฟอร์มทางเลือกมาแรง

นอกจากแพลตฟอร์มหลัก ๆ ที่กล่าวมาแล้ว ผลสำรวจพบว่าคนไทยเริ่มหันไปใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่น ๆ โดยเฉพาะแอปจากจีน เช่น WeChat, Weibo, QQ และ Xiaohongshu เป็นต้น เนื่องจากวัฒนธรรมจีนกำลังเป็นกระแสนิยมมากขึ้นในไทย

ที่น่าจับตาเป็นพิเศษในปี 2568-2569 คือ Lemon8 ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันแนวไลฟ์สไตล์ที่มีอิทธิพลสูงในกลุ่มผู้ใช้งานรุ่นใหม่อย่าง Gen Z นำเสนอคอนเทนต์รีวิวโดยผู้ใช้จริง ในรูปแบบภาพและวิดีโอเป็นหลัก …

ซึ่งตอบโจทย์พฤติกรรมคนไทยที่ต้องการเนื้อหาที่ “จริงใจ” (Authentic) ก่อนตัดสินใจซื้อ

แพลตฟอร์มนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงแอปดูภาพสวยงาม แต่เป็นเครื่องมือค้นหาข้อมูลไลฟ์สไตล์สำคัญที่แบรนด์เริ่มกระจายงบประมาณการตลาดมาลงอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือผ่านกลุ่ม Micro และ Nano-influencers

Photo Credit: Lemon8

ปัจจัยหนึ่งที่สนับสนุนการเติบโตของ Lemon8 คือ การที่แอปเชื่อมต่อกับ TikTok ซึ่งมี ByteDance เป็นบริษัทแม่เหมือนกัน

โดย 75% ของผู้ใช้งานแอป Lemon8 ใช้ TikTok เป็นประจำอยู่แล้ว ดังนั้นคอนเทนต์ที่เกิดขึ้นจากทั้งสองแพลตฟอร์มจึงช่วยเสริม Reach ซึ่งกันและกัน แบรนด์สามารถวางแผนคอนเทนต์เพื่อสร้างเอ็นเกจเมนต์จากทั้ง Lemon8 และ TikTok ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ยืนยันด้วยข้อมูลจากรายงาน Digital Marketing Trends Report 2026 โดย Content Shifu ที่ระบุว่า แพลตฟอร์มที่มีการใช้งานเติบโตสูงขึ้นอย่างมาก คือ Lemon8 (มากกว่า 400%)

Photo Credit: Digital Marketing Trends Report - Content Shifu

ภาพดังกล่าวสอดคล้องกับคุณสุวิตา จรัญวงศ์ ประธานกรรมการบริหาร และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Tellscore ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มจ้างงานอินฟลูเอนเซอร์ ที่เผยว่า แม้ครีเอเตอร์บน Lemon8 ยังมีฐานผู้ติดตามไม่มากเมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มหลักอื่น ๆ แต่แบรนด์ให้ความสนใจ เพราะเป็นศูนย์รวมของคนที่สนใจเรื่องต่าง ๆ แบบเจาะลึก ทำให้ในปี 2568 Tellscore ตัดสินใจแยก Lemon8 ออกมาโดยเฉพาะ

Video-first: เมื่อคนไทยชอบ “ดู” มากกว่า “อ่าน”

ในแง่ของรูปแบบคอนเทนต์นั้น คลิปวิดีโอยังคงเป็นที่นิยมในหมู่ผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะวิดีโอสั้นและวิดีโอแนวตั้งที่กลายมาเป็นรูปแบบคอนเทนต์หลักของโซเชียลมีเดียในไทย โดยมี TikTok เป็นผู้จุดกระแส ก่อนที่แพลตฟอร์มอื่น ๆ จะเร่งเกาะกระแสกันมา ไม่ว่าจะเป็น YouTube Shorts และ Instagram Reels ยืนยันด้วยข้อมูลจาก GWI ที่แสดงให้เห็นว่า …

คนไทยใช้เวลาดูวิดีโอสั้นบนโซเชียลมีเดีย 16 ชั่วโมง 01 นาทีต่อสัปดาห์ สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกซึ่งอยู่ที่ 13 ชั่วโมง 45 นาที

Photo Credit: รายงาน Digital 2026 - Datareportal / GWI

ขณะที่ข้อมูลจาก Digital Marketing Trends Report 2026 โดย Content Shifu เผยว่า รูปแบบคอนเทนต์ที่นักการตลาดวางแผนว่าจะทำในปี 2569 คือ วิดีโอ ทั้งในรูปแบบสั้นและยาว ซึ่งยืนยันกระแสความนิยมที่ต่อเนื่องของคอนเทนต์วิดีโอได้เป็นอย่างดี 

Photo Credit: Digital Marketing Trends Report - Content Shifu

คอนเทนต์ในรูปแบบวิดีโอไม่ได้จำกัดเพียงเพื่อความบันเทิงเท่านั้น

โดยพบข้อมูลที่น่าสนใจในรายงาน Digital News Report 2025 จาก Reuters Institute for the Study of Journalism ที่ระบุว่า …

เกือบสองในสามของกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่อายุ 18-34 ปี ใช้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางรับข่าว และคนไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่มีพฤติกรรม "ดูข่าว" ออนไลน์ (43%) มากกว่าการ "อ่านข่าว" (32%)

สำหรับช่องทางหลักในการเข้าถึงเนื้อหาวิดีโอคือ Facebook, YouTube และ TikTok โดยเฉพาะ TikTok ที่เติบโตเร็วที่สุด ด้วยสัดส่วนการใช้งานเพื่อติดตามข่าวสารเพิ่มขึ้นถึง 10% มาอยู่ที่ 49% นอกจากนี้ การรับชมผ่านการไลฟ์สด (Live Stream) และคลิปวิดีโออธิบายข่าวแบบมีปฏิสัมพันธ์ (Interactive Explainers) กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ สะท้อนความนิยมของคอนเทนต์ที่ผสานภาพ เสียง และอารมณ์เข้าด้วยกัน

Photo Credit: Digital News Report 2025 จาก Reuters Institute for the Study of Journalism

โซเชียลมีเดียกับการเลือกตั้งไทย 2569

ด้วยความที่คนไทยใช้โซเชียลมีเดียกันเป็นจำนวนมาก ทำให้โซเชียลมีเดียกลายเป็นช่องทางสำคัญสำหรับการแพร่กระจายข้อมูลเลือกตั้งและการสื่อสารทางการเมืองในช่วงก่อนวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและลงประชามติ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ส่งผลให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ร่วมมือกับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียรายใหญ่ เพื่อเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มได้อย่างรวดเร็ว 

TikTok เปิด “ศูนย์ข้อมูลการเลือกตั้งไทย 2569”

กกต. ร่วมมือกับ TikTok เปิดศูนย์ข้อมูลการเลือกตั้งภายในแอป [อ่านข่าวเพิ่มเติม] เพื่อเป็นแหล่งเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ซึ่งทางแพลตฟอร์มได้ผนึกกำลังกับ COFACT และ Thai PBS Verify เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและยับยั้งปฏิบัติการชี้นำความคิด (Influence Operations) รวมทั้งไม่อนุญาตให้บัญชีนักการเมือง รัฐบาล หรือพรรคการเมือง เข้าถึงเครื่องมือโฆษณาและสร้างรายได้บน TikTok

Photo Credit: เลือกตั้ง’69: กกต.จับมือ TikTok สกัดข่าวปลอมช่วงหาเสียง สร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม [สำนักข่าวอินโฟเควสท์]

ข้อมูลเผยแพร่ในห้องข่าวออนไลน์ระบุว่า TikTok ถือเป็นแพลตฟอร์มวิดีโอรายแรกที่นำเทคโนโลยี Content Credentials (C2PA) มาใช้เพื่อตรวจจับและติดป้ายกำกับเนื้อหาที่สร้างโดย AI (AIGC) โดยอัตโนมัติ เพื่อทำให้แพลตฟอร์มเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย ซึ่งจากข้อมูลล่าสุดในรายงาน Community Guidelines Enforcement Report ปี 2568 TikTok สามารถลบเนื้อหาที่ละเมิดในประเทศไทยได้ถึง 99.5% ก่อนที่จะมีผู้ใช้รายงาน 

TikTok x Thailand Election 2026
Photo Credit: TikTok เปิดศูนย์ข้อมูลการเลือกตั้งไทยปี 2569 มุ่งเน้นปกป้องความถูกต้องข้อมูล พร้อมรักษาความปลอดภัยให้ชุมชน [TikTok Newsroom]

Facebook ร่วมจัดการอบรมและกำกับการหาเสียงออนไลน์

กกต. จับมือกับ Meta Platforms, Inc. และ Facebook ประเทศไทย เพื่อควบคุมและป้องกันเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมหรือผิดกฎหมายในช่วงหาเสียง โดยมีการจัดอบรมให้ความรู้แก่พรรคการเมืองและผู้สมัครเกี่ยวกับแนวทางการใช้แพลตฟอร์มอย่างถูกต้อง รวมถึงการบริหารจัดการโฆษณาทางการเมืองอย่างโปร่งใส และการตรวจกำกับตัวตนผู้ลงโฆษณา เพื่อให้การสื่อสารเป็นไปอย่างสุจริตและเป็นธรรม

ที่มา: Facebook Page – สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

YouTube ไม่สนับสนุนเนื้อหาสร้างความเกลียดชัง

YouTube ในฐานะแพลตฟอร์มวิดีโอที่คนไทยใช้ติดตามข่าวและเนื้อหาทางการเมืองอย่างแพร่หลาย ได้เข้ามามีบทบาทในการเลือกตั้งปี 2569 ผ่านความร่วมมือระหว่าง กกต. กับ Google ประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ พร้อมยกระดับการจัดการเนื้อหาที่อาจบิดเบือนหรือสร้างความเข้าใจผิด โดยเฉพาะเนื้อหาที่สร้างโดย AI

โดย YouTube กำหนดให้ครีเอเตอร์ต้องเปิดเผยว่าเนื้อหาของตนมีการดัดแปลงหรือสังเคราะห์หรือไม่ สำหรับเนื้อหาที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง

ป้ายกำกับจะปรากฏให้เห็นบนวิดีโอเพลเยอร์โดยตรง นอกจากนี้ ผู้ลงโฆษณาจะต้องเปิดเผยข้อมูลเมื่อโฆษณาการเลือกตั้งมีการสร้างหรือดัดแปลงเนื้อหาแบบดิจิทัล อีกทั้งเนื้อหาที่กระตุ้นให้เกิดการแทรกแซงกระบวนการทางประชาธิปไตย วาจาสร้างความเกลียดชัง (Hate Speech) การคุกคาม การหลอกลวง และการกระตุ้นให้เกิดความรุนแรง เนื้อหาที่ละเมิดหลักเกณฑ์เหล่านี้จะถูกนำออกจากแพลตฟอร์มอย่างรวดเร็ว

บทบาทของแพลตฟอร์มอื่น ๆ

นอกจากแพลตฟอร์มที่มีความร่วมมือกับ กกต. อย่างเป็นทางการแล้ว โซเชียลมีเดียอื่น ๆ เช่น X (Twitter), Instagram, และ LINE ยังเป็นพื้นที่สำคัญของการพูดคุย แสดงความคิดเห็น และปรับแต่งแคมเปญหาเสียงของพรรคการเมือง โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นใหม่ แม้จะไม่มีการประกาศความร่วมมือจาก กกต. โดยตรง แต่แพลตฟอร์มเหล่านี้ก็มีอิทธิพลต่อการรับข้อมูลและการสร้างกระแสออนไลน์อย่างมากในช่วงก่อนวันลงคะแนนเสียง

โซเชียลมีเดียตอบสนองพฤติกรรม “ดูไป ซื้อไป” ผ่านไลฟ์คอมเมิร์ซ

ไลฟ์คอมเมิร์ซในไทยไม่ได้ถูกขับเคลื่อนโดยแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง Facebook และ TikTok ทำหน้าที่สร้างกระแสและดึงความสนใจผ่านวิดีโอ อินฟลูเอนเซอร์ และไลฟ์สดที่เน้นอารมณ์ร่วมและความเป็นกันเอง

ขณะที่ YouTube มีบทบาทในช่วงที่ผู้บริโภคต้องการข้อมูลเชิงลึก รีวิว และการสาธิตสินค้า

ส่วน LINE ยังคงเป็นช่องทางสำคัญในการสื่อสารและรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า ความแข็งแรงของไลฟ์คอมเมิร์ซจึงเกิดจากการเชื่อมต่อประสบการณ์ผู้ใช้ในแต่ละช่วงของการตัดสินใจซื้อ

ในขณะเดียวกัน การแข่งขันในแวดวงโซเชียลคอมเมิร์ซเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ แพลตฟอร์มหลักอย่าง Facebook, TikTok, LINE และ Instagram ต่างเร่งพัฒนาฟีเจอร์ซื้อขายในแอป และระบบชำระเงินที่ไร้รอยต่อ ...

เพื่อทำให้การดูคอนเทนต์และการซื้อสินค้าเกิดขึ้นในพื้นที่เดียวกัน ประสบการณ์ที่ต่อเนื่องเช่นนี้ช่วยลดความลังเลในการตัดสินใจซื้อ ในจังหวะที่อารมณ์และความสนใจถูกกระตุ้นอยู่แล้ว

สำหรับปี 2569 แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียมีแนวโน้มเดินหน้าพัฒนาไลฟ์คอมเมิร์ซอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็น Shoppable Video ระบบชำระเงินภายในแพลตฟอร์ม หรือการนำเทคโนโลยีอย่าง AR มาช่วยให้ผู้บริโภคทดลองสินค้าได้เสมือนจริง

การขยับตัวเหล่านี้สะท้อนว่าโมเดลไลฟ์ขายของแบบสนุก เป็นกันเอง และเน้นปฏิสัมพันธ์ ซึ่งเริ่มต้นจากผู้ขายรายย่อย กำลังถูกยกระดับสู่ระดับแบรนด์ และกลายเป็นภาพชัดของพฤติกรรม “ดูไป ซื้อไป” ในภูมิทัศน์โซเชียลมีเดียไทยระยะถัดไป

Social Search: เมื่อโซเชียลมีเดียกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นหา

พฤติกรรมการค้นหาข้อมูลของผู้บริโภคไทยเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน แม้เครื่องมือค้นหา (Search Engines) ยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอันดับแรก (54.0%) เมื่อต้องการศึกษาเกี่ยวกับแบรนด์หรือผลิตภัณฑ์ แต่ผู้บริโภคสัดส่วนไม่ห่างกันมาก (46.4%) เลือกใช้โซเชียลมีเดียเพื่อค้นหาข้อมูล

Photo Credit: รายงาน Digital 2026 - Datareportal / GWI

โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z และ Gen Alpha การค้นหาข้อมูลเริ่มต้นจากแพลตฟอร์มที่มองเห็นของจริง เสียงจริง และประสบการณ์จริง มากกว่าเว็บไซต์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อ SEO แบบเดิม

การค้นหาร้านอาหารหรือสินค้าใน TikTok ให้ผลลัพธ์เป็นวิดีโอจากสถานที่จริง รีวิวจากผู้ใช้จริง และบรรยากาศที่สัมผัสได้ทันที สิ่งเหล่านี้สร้างความเชื่อมั่นได้มากกว่าข้อความหรือภาพนิ่งบนเว็บไซต์ ทำให้โซเชียลมีเดียกลายเป็นเครื่องมือค้นหาที่ช่วยในการตัดสินใจ มากกว่าการให้ข้อมูลเชิงเทคนิคเพียงอย่างเดียว

นอกจากนี้ พฤติกรรม Social Search ของคนไทยยังแตกต่างกันไปตามประเภทของข้อมูลที่ต้องการ เช่น รีวิวสินค้าและประสบการณ์มักเริ่มต้นที่ TikTok หรือ YouTube ขณะที่การค้นหาความเห็นเฉพาะกลุ่มเกิดขึ้นใน Facebook Groups และ LINE Groups ส่วนการติดตามกระแส ดราม่า หรือความเห็นแบบเรียลไทม์มักเกิดบน X (Twitter) ขณะที่ข้อมูลข่าวหรือเนื้อหาเชิงวิชาการยังคงอยู่บนแพลตฟอร์มข่าวและแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือมากกว่า ภาพรวมนี้สะท้อนว่า Social Search ไม่ใช่การแทนที่ Google โดยตรง แต่เป็นการเพิ่ม “ทางเลือกของการค้นหา” ตามบริบทและความคาดหวังของผู้ใช้

Social SEO: กลยุทธ์ใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการค้นหาบนแพลตฟอร์มโซเชียล

เมื่อการค้นหาเคลื่อนย้ายเข้าสู่โซเชียล แบรนด์และสื่อจึงต้องปรับกลยุทธ์จาก SEO แบบเดิม สู่การทำ “Social SEO” ที่ให้ความสำคัญกับคีย์เวิร์ดในแคปชัน แฮชแท็ก และข้อความบนวิดีโอ (Text Overlay) เพื่อให้คอนเทนต์ถูกค้นพบภายในแพลตฟอร์มเอง ขณะเดียวกัน การมาของ AI Search และ AI Overview ยังทำให้ผู้ใช้งานคลิกเข้าเว็บไซต์น้อยลง ส่งผลให้แบรนด์และสื่อต้องสร้างคอนเทนต์ที่มีเอกลักษณ์ น่าเชื่อถือ และสะท้อนประสบการณ์จริงมากพอที่จะถูกเลือกเป็นแหล่งอ้างอิงในระบบค้นหาแบบใหม่ ภูมิทัศน์ของ Social Search จึงไม่ได้เปลี่ยนแค่ช่องทางค้นหา แต่กำลังเปลี่ยนวิธีคิดในการผลิตคอนเทนต์ทั้งระบบ

เมื่อ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์โซเชียลมีเดีย

ปัจจุบัน AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของโซเชียลมีเดียอย่างชัดเจนมากขึ้น และเข้ามามีบทบาทในประสบการณ์ของผู้ใช้โดยตรง โดย AI ช่วยพยากรณ์ประสิทธิภาพคอนเทนต์ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลการใช้งานในอดีตผสานกับพฤติกรรมผู้ชมแบบเรียลไทม์ ทำให้แบรนด์สามารถปรับข้อความ รูปแบบ หรือจังหวะการสื่อสารได้แม่นยำขึ้น โดยเฉพาะในบริบทของวิดีโอสั้น ไลฟ์สด และคอนเทนต์ที่ต้องแข่งขันเพื่อดึงความสนใจในเวลาอันสั้น

Photo generated by AI: Gemini, Feb 2026

ข้อมูลจาก hashmeta ระบุว่า แบรนด์ไทยกว่า 43% ใช้ AI ภายในกระบวนการพัฒนาคอนเทนต์ ตั้งแต่การช่วยคิดไอเดีย เขียนแคปชัน ตัดต่อวิดีโอ ไปจนถึงการปรับคอนเทนต์ให้เหมาะกับผู้ใช้แต่ละคนหรือแต่ละแพลตฟอร์ม …

สะท้อนว่า AI ไม่ได้ถูกใช้เพียงเพื่อประหยัดเวลา แต่กลายเป็นเครื่องมือเพิ่มความสามารถในการสร้างคอนเทนต์ที่สื่อสารกับผู้ชมได้อย่างตรงจุดขึ้น

ขณะที่รายงาน Digital Marketing Trends Report 2026 โดย Content Shifu เผยให้เห็นเทรนด์ที่สอดคล้องกันว่า นักการตลาดดิจิทัลมีแผนที่จะนำ AI มาใช้งานหลากหลายมากกว่าเพียงแค่การสร้างคอนเทนต์ และมีเพียง 1.3% เท่านั้นที่บอกว่าไม่มีแผนที่จะใช้งาน AI ในปี 2569

Photo Credit: Digital Marketing Trends Report - Content Shifu

บทบาทของอัลกอริทึมบนโซเชียลมีเดีย

สิ่งที่ทำให้การตลาดยุคนี้ซับซ้อนมากขึ้นคือ บทบาทของอัลกอริทึมบนโซเชียลมีเดีย ผศ.ดร.คันธิรา ฉายาวงศ์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า โซเชียลมีเดียเน้นเรื่อง “ความสนใจ” ของผู้บริโภคเป็นหลัก อัลกอริทึมจะฟีดเนื้อหาที่ตรงกับความสนใจโดยอัตโนมัติ และมีการวิเคราะห์ผู้บริโภคอย่างละเอียดมากว่าอยู่ใน “ระดับ” (Level) หรือมี “รสนิยม” (Taste) แบบใด

ผศ.ดร.คันธิรา ฉายาวงศ์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

สิ่งที่ทำให้การตลาดยุคนี้ซับซ้อนมากขึ้นคือ บทบาทของอัลกอริทึมบนโซเชียลมีเดีย ผศ.ดร.คันธิรา ฉายาวงศ์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า โซเชียลมีเดียเน้นเรื่อง “ความสนใจ” ของผู้บริโภคเป็นหลัก อัลกอริทึมจะฟีดเนื้อหาที่ตรงกับความสนใจโดยอัตโนมัติ และมีการวิเคราะห์ผู้บริโภคอย่างละเอียดมากว่าอยู่ใน “ระดับ” (Level) หรือมี “รสนิยม” (Taste) แบบใด

แม้แต่การค้นหาสินค้าอย่างเครื่องสำอาง ข้อมูลของผู้บริโภคก็ถูกเก็บและวิเคราะห์ไปในระดับที่ทำให้การฟีดเนื้อหาของแต่ละคนมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน"

นั่นหมายความว่า ข้อมูลของผู้บริโภคแต่ละรายจะถูกอัลกอริทึมวิเคราะห์ว่า มีกำลังซื้ออยู่ในระดับใดและมีรสนิยมแบบใด เพื่อที่จะได้ฟีดโฆษณาและคอนเทนต์ที่ตรงกับผู้บริโภครายนั้น ๆ แม้ว่าผู้บริโภคจะค้นหาสินค้าแบบเดียวกัน แต่ฟีดของคอนเทนต์ที่ได้จะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะ AI จะเรียนรู้ได้ดีขึ้นและนำดาต้าของผู้บริโภคไปวิเคราะห์ได้อย่างละเอียดยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ดี แม้ว่าการใช้ AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความเร็วในการทำงาน แต่ขณะเดียวกันก็มาพร้อมความท้าทาย โดยเฉพาะความน่าเชื่อถือ ดังนั้นการรักษา “ความเป็นมนุษย์” จึงยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการสื่อสาร เนื่องจากความน่าเชื่อถือของข้อมูลและประสบการณ์ที่แตกต่างยังเป็นสิ่งที่ระบบอัตโนมัติไม่สามารถแทนที่ได้ทั้งหมด สิ่งนี้สะท้อนว่าการใช้ AI อย่างมีทิศทางและสมดุลกับความเป็นมนุษย์จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดความสำเร็จของแบรนด์บนโซเชียลมีเดียในยุคถัดไป

กลยุทธ์เพื่อชัยชนะในโลกโซเชียล

โซเชียลมีเดียในประเทศไทยได้พัฒนาไปไกลกว่าบทบาทของแพลตฟอร์มสื่อสารหรือความบันเทิง และกลายเป็นพื้นที่ที่การเสพคอนเทนต์ การค้นหาข้อมูล และการตัดสินใจซื้อเกิดขึ้นพร้อมกัน

การเติบโตของวิดีโอ ไลฟ์คอมเมิร์ซ และ Social Search สะท้อนให้เห็นว่าเส้นทางการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคไม่ได้เป็นลำดับขั้นแบบเดิมอีกต่อไป

แต่เป็นเครือข่ายของจุดสัมผัสที่เชื่อมโยงกันแบบเรียลไทม์ โดยมี “ความสนใจ” เป็นแกนกลางของการแข่งขันบนทุกแพลตฟอร์ม

ขณะเดียวกัน บทบาทของ AI และอัลกอริทึมได้เปลี่ยนโซเชียลมีเดียให้กลายเป็นระบบที่เรียนรู้และปรับตัวตามผู้ใช้แต่ละรายอย่างละเอียด ตั้งแต่การคัดเลือกคอนเทนต์ การค้นหา ไปจนถึงการแนะนำสินค้าและครีเอเตอร์ ความท้าทายของสื่อและแบรนด์ในยุคถัดไปจึงไม่ใช่การผลิตคอนเทนต์ให้มากขึ้น แต่คือการสร้างเนื้อหาที่มีเอกลักษณ์ น่าเชื่อถือ และเชื่อมโยงกับประสบการณ์จริงของผู้บริโภคได้อย่างสมดุล ท่ามกลางภูมิทัศน์โซเชียลมีเดียที่ผสานสื่อ การค้า และเทคโนโลยีเข้าด้วยกันอย่างแนบแน่น

อ้างอิง
Part – ไทยก้าวสู่สังคมดิจิทัลเต็มรูปแบบ Part – คนไทยชอบใช้โซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มไหน Part – Video-first: เมื่อคนไทยชอบ “ดู” มากกว่า “อ่าน” Part – โซเชียลมีเดียกับการเลือกตั้งไทย 2569 Part – โซเชียลมีเดียตอบสนองพฤติกรรม “ดูไป ซื้อไป” ผ่านไลฟ์คอมเมิร์ซ Part – Social Search: เมื่อโซเชียลมีเดียกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นหา Part – เมื่อ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์โซเชียลมีเดีย

Topics