ภูมิทัศน์สื่อไทย 2568-2569
สื่อไทยในยุค AI: โอกาส ความเสี่ยง และบทพิสูจน์ความน่าเชื่อถือ
- มกราคม 28, 2569
- 10:08 น.
High
- ห้องข่าวขององค์กรสื่อไทยก้าวเข้าสู่ยุค AI เต็มรูปแบบ โดย AI ทำหน้าที่เป็น “ผู้ช่วยมืออาชีพ” ภายใต้การกำกับของมนุษย์
- การแพร่กระจายของข่าวปลอมที่สร้างด้วย AI ทำให้ “ความน่าเชื่อถือ” กลายเป็นทุนเชิงโครงสร้างที่สำคัญที่สุดของสื่อ
- AI Search และ Google AI Overview กำลังเปลี่ยนเกมการเข้าถึงข่าวสาร จากการแข่งขันด้านคีย์เวิร์ดไปสู่การแข่งขันด้านคุณภาพและแหล่งอ้างอิง
- ธรรมาภิบาล AI และจริยธรรมวิชาชีพ คือเส้นแบ่งระหว่างสื่อมืออาชีพกับผู้ผลิตคอนเทนต์ทั่วไปในยุคแพลตฟอร์มดิจิทัล
AI ในห้องข่าวไทย
ในช่วงปี 2568 วงการสื่อไทยได้เข้าสู่จุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง เมื่อปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเพียงเทคโนโลยีใหม่หรือเครื่องมือทดลองอีกต่อไป แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงานประจำในห้องข่าวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ข้อจำกัดด้านทรัพยากรบุคคล และแรงกดดันด้านความเร็ว ล้วนผลักดันให้สำนักข่าวต้องพึ่งพา AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
ผลสำรวจการใช้งาน AI ในห้องข่าวสื่อส่วนกลาง 20 แห่ง โดย Media Alert กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับ SPRiNG เก็บข้อมูลจากบรรณาธิการบริหาร บรรณาธิการข่าว ไปจนถึงหัวหน้าฝ่ายผลิต ครอบคลุมทั้งสื่อโทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ และออนไลน์ ในช่วงปลายเดือนเมษายน 2568 พบว่า สื่อไทยกลุ่มตัวอย่างทั้ง 100% ได้นำ AI มาใช้ในกระบวนการทำงานแล้ว ทั้งในมิติของการผลิตเนื้อหาและงานโปรดักชัน
เครื่องมือที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ ChatGPT (100%) ตามมาด้วย Gemini (75%), Claude AI (45%), Midjourney (25%) และ DeepSeek กับ Copilot (15% เท่ากัน) ขณะที่เครื่องมืออื่น ๆ เช่น DALL·E, Grok, Notebook LM และ Runway ถูกใช้งานในสัดส่วนที่น้อยกว่า
บทบาทของ AI ในฐานะผู้ช่วยมือโปร
ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่า AI ถูกใช้งานเป็น “ผู้ช่วยมืออาชีพ” ไม่ใช่ผู้ผลิตเนื้อหาแทนมนุษย์ โดย 85% ใช้ AI เพื่อค้นหาข้อมูลและรวบรวมประเด็นเบื้องต้น, 70% ใช้ในการถอดเทปและสรุปบทสัมภาษณ์ และ 55% ใช้เพื่อช่วยคิดประเด็นข่าว แม้จะมี 45% ที่เริ่มใช้ AI ช่วยเขียนข่าวหรือบทความ แต่ยังคงจำกัดอยู่ในขอบเขตของการเรียบเรียงข้อมูลที่นักข่าวหามา หรือใช้เพื่อพิสูจน์อักษรและตรวจสอบไวยากรณ์เท่านั้น
ยังไม่มีสำนักข่าวใดปล่อยให้ AI ผลิตเนื้อหาข่าวตั้งแต่ต้นจนจบโดยไม่มีมนุษย์ควบคุม
ในมิติของงานโปรดักชัน ผลสำรวจพบว่า AI เริ่มมีบทบาทสำคัญมากขึ้น โดย 60% ของสื่อใช้ AI ในการสร้างภาพนิ่งและฟุตเทจประกอบข่าว, 40% ใช้ในการแปลงข้อความเป็นเสียงหรือสร้างเสียงประกอบ และ 35% ใช้เพื่อช่วยตัดต่อวิดีโอในขั้นต้น
อย่างไรก็ตาม ยังมี 1 ใน 5 ของผู้ตอบแบบสอบถามที่ระบุว่า ยังไม่ใช้ AI ในงานโปรดักชัน เนื่องจากต้องการรอให้เทคโนโลยีพัฒนามากกว่านี้ ขณะที่ 25% ของสื่อส่วนกลางเริ่มทดลองใช้ “ผู้ประกาศข่าว AI” แต่ก็มีหลายสำนักข่าวที่เลือกยังไม่ใช้งาน เนื่องจากมองว่าเทคโนโลยีในปัจจุบันยังไม่ดีพอ ยังขาดความเป็นธรรมชาติ
เปิดรับ AI แต่มนุษย์ยังเป็นผู้คุม
แม้การนำ AI เข้ามาใช้ในห้องข่าวจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่ทัศนคติของคนทำงานสื่อไทยต่อเทคโนโลยีนี้กลับมีลักษณะ “เปิดรับอย่างมีเงื่อนไข” มากกว่าการยอมรับแบบไร้ข้อกังวล ภายใต้กรอบความคิดร่วมกันว่า มนุษย์ยังต้องทำหน้าที่เป็น Gatekeeper หรือผู้คัดกรองเนื้อหาขั้นสุดท้ายก่อนเผยแพร่เสมอ
ผลสำรวจพบว่า คนทำงานสื่อให้คะแนนความพึงพอใจต่อการใช้ AI สูงถึง 4.7 จาก 5 คะแนน ในฐานะเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและช่วยลดต้นทุนด้านเวลาและทรัพยากร
โดย AI ถูกมองว่าเป็น “เครื่องมือแห่งปัจจุบัน” ที่เข้ามาช่วยจัดการงานซ้ำซ้อนและงานที่ใช้เวลานาน เช่น การค้นข้อมูลเบื้องต้น การถอดเทป หรือการสรุปประเด็น เพื่อให้นักข่าวสามารถทุ่มเทเวลาไปกับงานข่าวเชิงลึก การตรวจสอบข้อเท็จจริง และการทำหน้าที่เชิงสาธารณะได้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมจะเป็นบวก แต่สื่อไทยยังคงมีความกังวลต่อการใช้ AI ในหลายมิติ โดยประเด็นที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดคือ ความถูกต้องของข้อมูล (85%) ซึ่งสะท้อนความเสี่ยงจากการที่ AI อาจสร้างข้อมูลผิดพลาดหรือข้อมูลคลาดเคลื่อนโดยที่ผู้ใช้ไม่ทันตรวจสอบ รองลงมาคือ ปัญหาลิขสิทธิ์และข้อมูลส่วนบุคคล (80%) ซึ่งยังขาดความชัดเจนทางกฎหมาย และอาจสร้างความเสี่ยงเชิงกฎหมายต่อองค์กรสื่อในระยะยาว
นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่างยังแสดงความกังวลต่อ การกำกับดูแลการใช้งาน AI (75%) โดยเห็นว่าจำเป็นต้องมีมาตรฐานหรือแนวปฏิบัติที่ชัดเจนภายในองค์กรและในระดับอุตสาหกรรม ขณะที่ประเด็นเรื่อง การเข้ามาแย่งงานมนุษย์ (55%) แม้จะไม่ใช่ความกังวลอันดับต้น ๆ แต่ยังคงเป็นโจทย์เชิงโครงสร้างที่ส่งผลต่อความมั่นคงในวิชาชีพสื่อ
ดร.ณัฏฐา โกมลวาทิน News Director ของ The Standard ให้สัมภาษณ์กับดาต้าเซ็ตว่า The Standard สนับสนุนให้ทีมงานใช้ AI ช่วยเพิ่มความเร็วและคุณภาพในการทำงานเพื่อรับมือกับการแข่งขันและเดดไลน์ที่เข้มข้นขึ้น แต่ทุกขั้นตอนยังต้องมีมนุษย์เข้ามาควบคุมคุณภาพ รวมทั้งเพื่อรักษา “ลายเซ็น” หรือเอกลักษณ์ของนักข่าว
โจทย์ AI ยังไงก็มาแน่ ๆ แล้วก็กระเทือนกันหมดทุกวงการ แต่ว่าเราเองก็ต้องอยู่กับ AI ต้องใช้ AI เพราะฉะนั้น นักข่าวเองต้องเก่งขึ้น ทักษะในการผลิตงานก็ต้องดีขึ้น โจทย์ยากหมดเลย แต่ว่าเมื่อเราอยู่ในวงการ ยังต้องการเดินหน้าผลิตสื่อ… ก็ต้องเรียนรู้ แล้วก็ปรับตัว"
ดร.ณัฏฐา กล่าว
สงครามข้อมูลข่าวสาร: เมื่อ AI ถูกใช้เป็นอาวุธ
ในปี 2568 ปัญญาประดิษฐ์ได้กลายสภาพจากเครื่องมือทุ่นแรงไปสู่ “อาวุธ” ในสงครามข้อมูลข่าวสารอย่างเต็มรูปแบบ เมื่อมีการนำ AI มาใช้สร้างข่าวปลอม ภาพปลอม และคลิปวิดีโอปลอมในสถานการณ์อ่อนไหว ตั้งแต่ความขัดแย้งระหว่างประเทศไปจนถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติ
กรณีความขัดแย้งไทย-กัมพูชา
ปรากฏการณ์ที่น่ากังวลที่สุดคือการใช้ AI สร้างข่าวปลอมเพื่อหวังผลทางจิตวิทยาและสร้างความปั่นป่วนในสังคม โดยมีการใช้ Deepfake เลียนแบบใบหน้าและเสียงของผู้นำรัฐบาลของทั้งสองประเทศและบุคคลสำคัญในกองทัพ คลิปวิดีโอเหล่านี้ถูกบิดเบือนด้วยถ้อยคำรุนแรง และแพร่กระจายอย่างเป็นระบบผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, X หรือ TikTok ทั้งยังมีบอตคอยปั่นกระแสและเพิ่มยอดการมองเห็น ส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดและปลุกกระแสชาตินิยมสุดโต่งในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว
กรณีมหันตภัยน้ำท่วมหาดใหญ่
ปัญหาความถูกต้องของข้อมูลยังกลายเป็นภัยซ้ำซ้อนในช่วงวิกฤตการณ์ทางธรรมชาติ เมื่อมีผู้ไม่หวังดีสร้างข่าวปลอมและข่าวบิดเบือนบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นการแชร์ภาพที่สร้างจาก AI หรือแม้แต่การแชร์ภาพน้ำท่วมเก่าจากต่างประเทศ จนสร้างความตื่นตระหนกเกินจริง ผลกระทบที่รุนแรงที่สุดคือการบั่นทอนความเชื่อถือต่อข้อมูลจริง ถึงขั้นเป็นเรื่องความเป็นความตาย เมื่อเกิดกรณีที่กู้ภัยเข้าช่วยเหลือประชาชนล่าช้า เนื่องจากมีการเข้าใจผิดว่าภาพงูตัวใหญ่เข้าบ้านที่แชร์กันนั้นเป็นภาพที่สร้างจาก AI ทั้งที่เป็นเหตุการณ์จริง
ภาควิชาชีพสื่อกับการรับมือข่าวลวง
สถานการณ์วิกฤตที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-checking) เป็นภารกิจสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ (SONP) และกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จึงได้จัดโครงการฝึกอบรมเพื่อเร่งเสริมสร้างทักษะการตรวจสอบข่าวปลอมภายใต้กรอบจริยธรรมสื่อมวลชน โดย ดร.ชำนาญ งามมณีอุดม รองผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า การเผยแพร่ข่าวจริงจะช่วยลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน และทางกองทุนพร้อมสนับสนุนสื่อมวลชนในการทำงานด้านนี้อย่างเต็มที่
ขณะที่ คุณนันทสิทธิ์ นิตย์เมธา นายกสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ เน้นย้ำว่า ในยุคที่มีข้อพิพาทหรือวิกฤต องค์กรสื่อต้องตั้งหลักให้ดีและตั้งทีมตรวจสอบความจริงก่อนนำเสนอ แม้ว่ากระบวนการดังกล่าวจะสวนทางกับแนวทางการทำงานของสื่อในปัจจุบันที่เน้นเรื่องความเร็วเป็นสำคัญก็ตาม
ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับ คุณพีรพล อนุตรโสตถิ์ ผู้จัดการศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ ที่เสนอให้มีการสร้างฐานข้อมูลกลางเพื่อให้สื่อทำหน้าที่ตรวจสอบและอธิบายแหล่งที่มาของข้อมูล ซึ่งจะช่วยสร้างพฤติกรรมการตรวจสอบข่าวปลอมให้เกิดขึ้นในสังคมได้
ด้านไทยพีบีเอสได้ยกระดับการทำงานผ่านทีม Thai PBS Verity โดย คุณกนกพร ประสิทธิ์ผล ผู้อำนวยการสำนักสื่อดิจิทัล วิเคราะห์ว่า ปัจจัยที่ทำให้ข่าวปลอมเพิ่มสูงขึ้นมาจากทั้งอัลกอริทึมของแพลตฟอร์ม, การใช้ AI บิดเบือนเนื้อหา, การขาดความรู้เท่าทันสื่อ แยกแยะความจริงไม่ได้, การสร้างรายได้จากข่าวลวง, ช่องโหว่ของแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ยังไม่มีกลไกตรวจสอบที่เพียงพอ ไปจนถึงพฤติกรรมของคนที่แชร์ข้อมูลเพราะความกลัวในช่วงวิกฤต สื่อมวลชนควรตระหนักว่า …
การทำหน้าที่สื่อในปัจจุบัน ต้องไม่คำนึงถึงความเร็วเพียงอย่างเดียว เพราะการนำเสนอข้อมูลด้วยความเร็ว อาจไม่ได้มีความหมายเท่ากับการนำเสนอความจริง"
บทเรียนจากการใช้เทคโนโลยี: เมื่อ AI ขาด Human Touch
นอกเหนือจากข่าวปลอมแล้ว ประเด็นความผิดพลาดจากการใช้เทคโนโลยีโดยขาดการกลั่นกรองจากมนุษย์ก็เป็นบทเรียนสำคัญ เช่นกรณีการใช้ AI ออกแบบสื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรม SEA Games Virtual Run ที่กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เนื่องจากปรากฏข้อผิดพลาดหลายจุด ทั้งรายละเอียดสัดส่วนทางสรีระของนักกีฬาที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่พบได้บ่อยในภาพที่สร้างโดย AI ไปจนถึงองค์ประกอบของสัญลักษณ์และตัวอักษรบนเสื้อผ้าที่สื่อสารความหมายได้ไม่ชัดเจน นอกจากนี้ ยังนำแลนด์มาร์กของประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนมารวมกันอย่างไม่ถูกสัดส่วน
แม้ในเชิงกลยุทธ์จะถือเป็นความพยายามที่ดีในการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพและปรับภาพลักษณ์ให้ดูล้ำสมัย แต่การพึ่งพา AI มากเกินไปโดยไม่มี Human Touch กลับส่งผลเสียต่อความเชื่อถือและความประณีตของงาน ซึ่งย้ำเตือนว่าการพึ่งพาเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวอาจทำให้เสน่ห์และจิตวิญญาณของงานที่กลั่นกรองจากมนุษย์นั้นหายไป
AI Search สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อโมเดลธุรกิจสื่อ
รายงาน Digital 2026 Thailand โดย We Are Social และ Meltwater ระบุว่า การค้นหาข้อมูลยังคงเป็นเหตุผลอันดับหนึ่งของการใช้อินเทอร์เน็ตของคนไทย คิดเป็น 63.8% ของวัตถุประสงค์ในการออนไลน์ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมการค้นหาดังกล่าวกำลังเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อ AI Search และ Google AI Overview เข้ามาทำหน้าที่สรุปคำตอบให้เสร็จสิ้นในหน้าเดียว ส่งผลให้ยอดการคลิกเข้าเว็บไซต์ (CTR) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
คุณธีรพล อำไพ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการตลาด (MarTech) ให้สัมภาษณ์กับดาต้าเซ็ตว่า AI Search กำลังเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างชัดเจน จากเดิมที่ต้องพิมพ์คีย์เวิร์ดยาว ๆ ไปสู่การตั้งคำถามสั้นลง แต่ได้คำตอบที่ครอบคลุมมากขึ้น
คอนเทนต์ต้องทำเพื่อสื่อสารกับคนให้มากที่สุด เขียนเหมือนคนคุยกัน ที่ผ่านมา กูเกิลพยายามเน้นมานานแล้วว่าอย่าทำคอนเทนต์เพื่อเอาใจอัลกอริทึม แต่ให้ทำคอนเทนต์เพื่อคน”
คุณธีรพลกล่าว
คุณธีรพลยังแนะด้วยว่า ธุรกิจจะต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดในการทำคอนเทนต์จากเดิมที่มุ่งเน้นคีย์เวิร์ด (Keyword-centric) ไปสู่การทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้ใช้ ตั้งแต่เครื่องมือที่ควรใช้ ไปจนถึงกลยุทธ์การสร้างคอนเทนต์แบบที่เน้นผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง (Customer-centric) มากขึ้น เพื่อช่วยให้ธุรกิจอยู่รอดและเติบโตได้ในยุคที่ AI เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก
ความน่าเชื่อถือ คือ สิ่งที่ AI Search มองหา
สำหรับสำนักข่าว คุณธีรพลเน้นย้ำว่า ความน่าเชื่อถือ ของแหล่งข้อมูลจะกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด เนื่องจาก AI Search เลือกอ้างอิงข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้เป็นหลัก การผลิตคอนเทนต์ที่มีคุณภาพและเป็น Original Content จึงไม่เพียงช่วยรักษาฐานผู้อ่าน แต่ยังเพิ่มโอกาสให้ AI ดึงไปใช้เป็น Reference หรือ Citation ซึ่งจะกลายเป็นทุนทางชื่อเสียงรูปแบบใหม่
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ สำนักข่าวต้องเน้นความน่าเชื่อถือ เพราะ AI Search ไม่ได้อิงจากคีย์เวิร์ดเป็นหลักอีกต่อไป แต่อิงจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ"
คุณธีรพลกล่าว
ด้านดร.ณัฏฐา จาก The Standard ได้ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ในทางเดียวกันว่า Google AI Overview เป็นความท้าทายที่สำนักข่าวและองค์กรสื่อต่าง ๆ กำลังเผชิญ เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป โดยหันไปใช้ AI ในการค้นหาข้อมูลโดยตรง ทำให้ทราฟฟิกที่เข้าสู่กูเกิลและเว็บไซต์สื่อต่าง ๆ ลดลง อย่างไรก็ตาม ความท้าทายมาพร้อมกับโอกาสในการยกระดับคุณภาพเนื้อหาให้เป็นต้นฉบับ (Original Content) เพื่อให้ AI เลือกนำชื่อของสำนักข่าวไปใช้อ้างอิง
ทางรอดสื่อไทยยุค AI: ลิขสิทธิ์ ทักษะ และจริยธรรม
คุณนันทสิทธิ์ นิตย์เมธา นายกสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ (SONP) กล่าวในเวทีเสวนาภายใต้งาน UNESCO Global Forum on the Ethics of AI 2025 ว่า ธุรกิจสื่อกำลังเร่งปรับตัวให้ทันกับเทคโนโลยี โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะของคนทำข่าวให้สามารถทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การผนึกกำลังกับ Google ในการจัดอบรมทักษะเพื่อเสริมความรู้ด้าน AI แม้จะยังมีความท้าทายเรื่องความเชื่อมั่นของผู้อ่านต่อเนื้อหาที่ AI มีส่วนร่วมผลิตก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่คือการที่ AI นำเนื้อหาไปฝึกโมเดลโดยผู้ผลิตไม่ได้รับผลตอบแทน ซึ่งซ้ำเติมวิกฤตรายได้ของอุตสาหกรรม ที่เจออินฟลูเอนเซอร์และครีเอเตอร์เข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด นายกสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์จึงเสนอให้ภาครัฐเร่งผลักดันกฎหมายคุ้มครองลิขสิทธิ์เพื่อเพิ่มคุณค่าให้ออริจินอลคอนเทนต์ และวางกรอบการเจรจาแบ่งปันรายได้กับแพลตฟอร์มอย่างเป็นธรรม เพื่อให้ธุรกิจสื่อยังคงยืนหยัดอยู่ได้ในระยะยาว
ขณะที่คุณจีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง เลขาธิการสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย มองว่า AI คือระลอกการเปลี่ยนแปลงที่ต่อเนื่องมาจากโควิด-19 ซึ่งผลักคนข่าวที่ไม่ปรับตัวให้ออกจากวงการ แต่ขณะเดียวกัน การใช้ AI โดยขาดการตรวจสอบจะบั่นทอนจริยธรรมวิชาชีพ คุณจีรพงษ์จึงเน้นย้ำว่า คนข่าวยุค AI ยังต้องทำหน้าที่เป็นผู้คัดกรองที่ยึดมั่นในการตรวจสอบความถูกต้อง ไม่เร่งรีบตามเทคโนโลยีจนเกินไป เพราะแม้ AI จะช่วยเพิ่มความเร็วได้มหาศาล แต่ไม่สามารถทดแทนวิจารณญาณและความรับผิดชอบของมนุษย์ได้
ธรรมาภิบาล AI: กรอบกำกับใหม่ของสังคมไทย
ในระดับนโยบาย ประเทศไทยประกาศวิสัยทัศน์ก้าวสู่การเป็น AI Nation ภายในปี 2570 โดยเปลี่ยนบทบาทจากผู้ตามสู่ผู้นำด้านจริยธรรมเทคโนโลยีผ่านก้าวย่างที่สำคัญ:
- กฎหมาย AI ฉบับแรก: สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กระทรวงดีอี) อยู่ระหว่างผลักดัน “(ร่าง) หลักการของกฎหมายว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ฉบับแรกของประเทศ” เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการหนุนนวัตกรรมและการคุ้มครองสิทธิประชาชน
- หมุดหมายระดับโลก: ไทยยังยกระดับบทบาทสู่เวทีสากลด้วยการเป็นเจ้าภาพจัดงาน The 3rd UNESCO Global Forum on the Ethics of AI 2025 เมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2568 และเดินหน้าจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการด้านธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI Governance Practice Center (AIGPC) เพื่อมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางด้านจริยธรรม AI แห่งเอเชียแปซิฟิก โดยคาดว่าจะได้รับการรับรองจาก UNESCO อย่างสมบูรณ์ภายในปี 2570
ที่มา: FB ETDA Thailand
ความเคลื่อนไหวด้านธรรมาภิบาลนี้ยังขยายตัวไปยังกลุ่มวิชาชีพเฉพาะทางอย่างวงการแพทย์ นักกฎหมาย และศาลยุติธรรม ที่ต่างเร่งวางมาตรฐานการใช้ AI โดยยึดหลักการคงไว้ซึ่งอำนาจตัดสินใจของมนุษย์:
- แพทย์: กระทรวงสาธารณสุข ประกาศความร่วมมือกับ แพทยสภา เพื่อกำหนดแนวทางการใช้ AI ที่ปลอดภัย โปร่งใส และเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วย โดยแพทย์ยังคงเป็นผู้ตัดสินใจหลักในการรักษา ขณะที่ AI เป็นเพียงเครื่องมือช่วยสนับสนุน
- ทนาย: สภาทนายความฯ และคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประกาศจัดตั้งคณะทำงานหารือร่วมกับ ETDA จัดทำแนวปฏิบัติการใช้ AI สำหรับทนายความและที่ปรึกษากฎหมาย เพื่อยกระดับทักษะทนายความยุคดิจิทัล
- ศาล: ศาลยุติธรรมประกาศหลักการ “เปิดเผยและโปร่งใส” (Disclose & Transparency) หากมีการใช้ AI ในการปฏิบัติงานคดี พร้อมระวังเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเข้มงวด เช่น การนำพยานหลักฐานในสำนวนคดีที่มีข้อมูลอ่อนไหวหรือข้อมูลส่วนบุคคลใส่ลงไปในคำสั่ง (Prompt) เพื่อให้ปัญญาประดิษฐ์ประมวลผล เป็นต้น
อนาคตของสื่อไทยในระบบนิเวศ AI
ภูมิทัศน์สื่อไทยในปี 2568–2569 สะท้อนชัดว่าปัญญาประดิษฐ์ได้เปลี่ยนผ่านจากเทคโนโลยีทางเลือก สู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ขับเคลื่อนห้องข่าวอย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้หลัก Human-in-the-loop ที่ยังคงให้มนุษย์เป็นผู้กำกับดูแลและตัดสินใจขั้นสุดท้าย เพื่อรักษามาตรฐานจริยธรรมวิชาชีพ ท่ามกลางวิกฤตข่าวปลอมและการเปลี่ยนแปลงของระบบการค้นหาข้อมูลในยุค AI Search
ทิศทางในอนาคตจึงไม่ใช่เพียงการเร่งปรับตัวตามเทคโนโลยีให้ทัน หากแต่คือการสร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพและความรับผิดชอบ ผ่านการวางรากฐานธรรมาภิบาล AI ที่ชัดเจน ทั้งในระดับองค์กรและนโยบายระดับประเทศ
คำถามไม่ได้อยู่ที่ว่าสื่อไทยจะใช้ AI หรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าจะใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยยังคงรักษาความน่าเชื่อถือของวิชาชีพไว้ได้ และนั่นคือโจทย์ท้าทายร่วมกันของทุกองค์กรสื่อในปีต่อ ๆ ไป
อ้างอิง
Part – AI ในห้องข่าวไทย
- กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์, “ปัญญาประดิษฐ์คือเครื่องมือของมนุษย์” สำรวจ 20 ‘สื่อไทย’ ใช้ AI ทำอะไรกันบ้าง
Part – บทบาทของ AI ในฐานะผู้ช่วยมือโปร
- กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์, “ปัญญาประดิษฐ์คือเครื่องมือของมนุษย์” สำรวจ 20 ‘สื่อไทย’ ใช้ AI ทำอะไรกันบ้าง
Part – เปิดรับ AI แต่มนุษย์ยังเป็นผู้คุม
- กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์, “ปัญญาประดิษฐ์คือเครื่องมือของมนุษย์” สำรวจ 20 ‘สื่อไทย’ ใช้ AI ทำอะไรกันบ้าง
- ดาต้าเซ็ต, “คุณเต๋า” ณัฏฐา The Standard ชี้ ยุค AI นักข่าวต้องเก่งขึ้น ย้ำกลยุทธ์ 8 Outlets สร้าง Community มากกว่าไล่ตาม Mass Audience
Part – AI Search สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อโมเดลธุรกิจสื่อ
- DataReportal, Digital 2026: Thailand
- ดาต้าเซ็ต, “ธีรพล อำไพ” ผู้เชี่ยวชาญ MarTech แนะสื่อและธุรกิจปรับโฟกัสจากคีย์เวิร์ดสู่พฤติกรรมผู้ใช้ เร่งสร้างความน่าเชื่อถือในยุค AI Search
Part – ความน่าเชื่อถือ คือ สิ่งที่ AI Search มองหา
- ดาต้าเซ็ต, “ธีรพล อำไพ” ผู้เชี่ยวชาญ MarTech แนะสื่อและธุรกิจปรับโฟกัสจากคีย์เวิร์ดสู่พฤติกรรมผู้ใช้ เร่งสร้างความน่าเชื่อถือในยุค AI Search
- ดาต้าเซ็ต, “คุณเต๋า” ณัฏฐา The Standard ชี้ ยุค AI นักข่าวต้องเก่งขึ้น ย้ำกลยุทธ์ 8 Outlets สร้าง Community มากกว่าไล่ตาม Mass Audience
Part – ทางรอดสื่อไทยยุค AI: ลิขสิทธิ์ ทักษะ และจริยธรรม
- สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์, สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ จับมือ กองทุนสื่อฯ ลุยจัดอบรม Fact Checking & Verification ยกระดับวิชาชีพสื่อมวลชน สกัดกั้น “ข่าวปลอม” ในสังคมไทย
- สำนักข่าวอินโฟเควสท์, Media Talk: เจาะลึกมุมมองผู้เชี่ยวชาญ ถกทางรอดและจริยธรรมสื่อไทยในยุค AI
Part – ธรรมาภิบาล AI: กรอบกำกับใหม่ของสังคมไทย
- Techsauce, ประเทศไทยพร้อมแล้ว! ประกาศเป้าหมายสู่การเป็น ‘AI Nation’ ผู้นำเศรษฐกิจดิจิทัลแห่งอาเซียนภายในปี 2570 ในงาน Sustain City: Age of AI
- ETDA, ครั้งแรกของไทย! “ดีอี – ETDA” เปิด (ร่าง) หลักการกฎหมาย AI เน้นคุมความเสี่ยงสูง ดันมาตรฐานใหม่ ใช้ AI ไม่ละเมิดสิทธิ – รับผิดชอบ!
- สำนักข่าวอินโฟเควสท์, ไทย-ยูเนสโก ร่วมขับเคลื่อน AI อย่างมีจริยธรรม ตั้งศูนย์ธรรมาภิบาลแห่งแรกในเอเซีย
- ETDA Thailand, รู้จัก ‘AI Governance Practice Center’ ศูนย์กลางธรรมาภิบาล AI แห่งใหม่ของเอเชีย ที่โลกกำลังจับตา
- ฐานเศรษฐกิจ, วงการแพทย์-กฎหมาย-ศาล ตื่นวางกรอบใช้ AI อย่างรับผิดชอบ
Topics
- แนวโน้มสื่อไทย 2569
- แนวโน้มสื่อไทย 2568
- ภูมิทัศน์สื่อไทยปี 2568
- ภูมิทัศน์สื่อไทยปี 2567
- ภูมิทัศน์สื่อไทยปี 2566
- ภูมิทัศน์สื่อไทยปี 2565
- ภูมิทัศน์สื่อไทยปี 2564
- ภูมิทัศน์สื่อไทยปี 2563
- Thai Media Trends 2026 (English Version)
- Thai Media Trends 2025 (English Version)
- Thailand Media Landscape 2024-2025 (English Version)
- Thailand Media Landscape 2023-2024 (English Version)
- Thailand Media Landscape 2022-2023 (English Version)
- Thailand Media Landscape 2021-2022 (English Version)