ปรากฏการณ์น้ำท่วม’ 68 วันที่คนไทยใช้ “โซเชียล” แทน “โทรฉุกเฉิน”

จากสถานการณ์มหาอุทกภัยภาคใต้ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่ระบบสื่อสารล่ม ไฟฟ้าดับ เส้นทางถูกตัดขาด หน่วยงานรัฐและทีมกู้ภัยไม่สามารถเข้าช่วยเหลือได้ ประชาชนจำนวนมากที่ติดค้างท่ามกลางมวลน้ำมหาศาล จึงหันมาใช้โซเชียลมีเดียเป็น "ช่องทางฉุกเฉินขอความช่วยเหลือ" แทนการโทร.หาหน่วยงานรัฐ

จากการติดตามข้อมูลบนโซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์ม ทั้ง Facebook, Instagram, X, TikTok, YouTube และ Pantip ผ่านเครื่องมือ Social Listening (dxt:360) ของบริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด ในช่วงวันที่ 20–25 พฤศจิกายน 2568 พบว่า ปริมาณโพสต์และคอมเมนต์ที่พูดถึงสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากเพียง 1,861 ข้อความ ในวันที่ 20 พฤศจิกายน พุ่งสูงขึ้นเป็นมากกว่า 27,000 ข้อความ ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของสถานการณ์และกระแสความเคลื่อนไหวของผู้ใช้โซเชียลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะวันที่ 24–25 พฤศจิกายน มีคอมเมนต์ร้องขอความช่วยเหลือรวมเกือบ 16,000 ข้อความ ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่าในภาวะวิกฤตครั้งนี้ ผู้คนหันไปใช้โซเชียลมีเดียเป็น “ช่องทางแจ้งเหตุและร้องขอความช่วยเหลือ” แบบเร่งด่วนและเป็นบทบาทสำคัญของโซเชียลมีเดียเด่นชัดขึ้นในช่วงภัยพิบัติครั้งนี้ 

บทความนี้สรุปอินไซต์สำคัญที่ได้จาก Social Listening เพื่อสะท้อนพฤติกรรมของผู้คนในโซเชียลมีเดียช่วงภาวะวิกฤตน้ำท่วม

ผู้ประสบภัยใช้ “โซเชียลมีเดีย” เป็นช่องทาง SOS

ในสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ภาคใต้ โดยเฉพาะในพื้นที่หาดใหญ่ที่มีประชาชนตกค้างจำนวนมากเนื่องจากน้ำท่วมสูงไม่สามารถอพยพได้ทัน ผู้ประสบภัยหลายพื้นที่หันมาใช้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางขอความช่วยเหลือหลัก โดยไปแจ้งพิกัดบ้านที่ประสบภัยในช่องคอมเมนต์ใต้โพสต์ของเพจอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง หรือเพจสื่อชั้นนำ ที่มี Engagement และ Reach สูง เพื่อไม่ให้เสียงของผู้ประสบภัยจมหายไปกับสายน้ำ 

พฤติกรรมนี้ทำให้เห็นว่า ผู้คนจำนวนมากหันใช้ช่องทางบนโซเชียลมีเดียในการแจ้งขอความช่วยเหลือ แทนการโทรศัพท์เข้าศูนย์รับเรื่องฉุกเฉิน เพราะเจอปัญหา “โทรไม่ติด” “โทรแล้วไม่มีคนรับสาย” เสียงสะท้อนเหล่านี้ อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้คนหันไปใช้โซเชียลมีเดียแทนเพราะเป็นช่องทางที่เห็นผลรวดเร็วกว่า แบบ “เพื่อนช่วยเพื่อน”

ประชาชนจึงต้อง “ปักหมุดช่วยชีวิต” บนโซเชียล เพื่อให้ทีมอาสาและเครือข่ายออนไลน์ช่วยแชร์ข้อความ ส่งต่อไปยังทีมกู้ภัยในพื้นที่ เพื่อให้เข้าถึงบ้านที่รอการช่วยเหลือได้เร็วที่สุด

นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อรวบรวมข้อมูลผู้ประสบภัยอย่างเป็นระบบ อาทิ เว็บไซต์ “หาดใหญ่ต้องรอด” ที่นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้พัฒนาขึ้น เพื่อรวบรวมพิกัดของผู้ประสบภัยและผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือไว้ในที่เดียว ทำให้ทีมกู้ภัยสามารถเข้าถึงจุดที่ต้องการความช่วยเหลือได้รวดเร็วขึ้น

“นักข่าวพลเมือง” คือแหล่งข้อมูลที่คนเชื่อใจที่สุดตอนนี้

คลิปสั้นจากคนในพื้นที่ที่คอยอัปเดตสถานการณ์น้ำ ภาพการเดินลุยน้ำ ไลฟ์สดระดับน้ำ เพื่อให้คนในพื้นที่หรือคนนอกพื้นที่รับรู้เหตุการณ์ว่า วันนี้ระดับน้ำหนักกว่าเมื่อวานไหม? ได้รับความสนใจสูง บางคลิปถูกแชร์มากกว่าคลิปจากสื่อหลัก หรือแม้แต่สื่อหลักก็หยิบนำไปเผยแพร่ต่อ

เพจอินฟลูฯ ท้องถิ่น, เพจข่าวจังหวัด, หรือแม้แต่ “ผู้ประสบภัยที่ไลฟ์สด” กลายเป็นผู้ให้ข้อมูลสำคัญที่ทุกคนพึ่งพา

คอนเทนต์ How-to หรือการเอาตัวรอด ได้รับความสนใจ ถูกแชร์มากขึ้น

เช่น วิธีเตรียมอาหารง่าย ๆ แนะนำอาหารที่เก็บได้นาน วิธีเก็บของขึ้นที่สูง วิธีป้องกันไฟดูด วิธีดูแลผู้ป่วยติดเตียงในภาวะน้ำท่วม การป้องกันงู/สัตว์เลื้อยคลานเข้าบ้าน วิธีทำให้อายุแบตเตอรี่โทรศัพท์อยู่ได้นาน เป็นต้น

อย่างกรณีโพสต์ “แนะนำอาหารที่จะส่งไปช่วยเหลือภัยพิบัติน้ำท่วมที่หาดใหญ่” ของบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “พรุ่งนี้ค่อยลด by กันย์” มีการแชร์สูงถึงกว่า 4,800 ครั้ง

พื้นที่ภาคใต้ที่ถูกพูดถึงในสถานการณ์ “น้ำท่วม”

จากข้อมูล Social Listening ในวันที่ 24-25 พฤศจิกายน พบว่าพื้นที่ที่ได้รับการพูดถึง (Mention) มากที่สุดคือ จ.สงขลา โดยเฉพาะ อ.หาดใหญ่ ซึ่งมีทั้งโพสต์และคอมเมนต์พุ่งสูงสุด ตามด้วย จ.สตูล จ.ปัตตานี  อ.เบตง และ จ.ยะลา 

ข้อมูลนี้สอดคล้องกับประกาศของภาครัฐที่ระบุว่ามีประชาชนได้รับผลกระทบจากมหาอุทกภัยใน 9 จังหวัด ได้แก่ สงขลา สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

อยุธยา-อ่างทอง ยังมีการพูดถึง “น้ำท่วม”

ข้อมูลจาก Social Listening ในวันที่ 24-25 พฤศจิกายน พบว่าพื้นที่ภาคกลางยังคงมีการพูดถึงสถานการณ์น้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและอ่างทองที่ยังคงประสบปัญหาน้ำท่วมอยู่ในบางพื้นที่

———————————————-

โดยสรุป จากข้อมูล Social Listening ทำให้เห็นว่า “น้ำท่วม” ปีนี้ จัดว่าเป็นปีที่ผู้คน “พึ่งพาโซเชียลสูงขึ้น” เป็นอันดับต้น ๆ ยิ่งในสภาวะที่เกิดวิกฤตน้ำท่วมเช่นตอนนี้ จากเดิมที่คนไทยใช้โซเชียลมีเดียเพื่อแจ้งและรับข่าวสาร มาวันนี้! โซเชียลมีเดีย ยังเพิ่มบทบาทใหม่ในการเป็นช่องทาง “ขอความช่วยเหลือ” ที่สำคัญอีกด้วย

ข่าวเกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

เปิดโซเชียลเทรนด์ เมษายน 2569 สงกรานต์ไทยแมส ท่ามกลางวิกฤตโลก

เดือนเมษายน 2569 โลกออนไลน์ของไทยเต็มไปด้วย “สองอารมณ์” ทั้งกระแสสงกรานต์สุดไวรัล และความกังวลเรื่องสงคราม ราคาน้ำมัน ค่าครองชีพ และการเมือง เปิดโซเชียลเทรนด์สำคัญที่สะท้อนพฤติกรรมและความสนใจของผู้ใช้…

Read More »

เปิด 10 โซเชียลเทรนด์ มีนาคม 2569 เมื่อสงครามลามถึงค่าครองชีพ

สรุป 10 โซเชียลเทรนด์เดือนมีนาคม 2569 เมื่อสถานการณ์โลก ค่าครองชีพ และประเด็นสังคม ถูกเชื่อมโยงเข้าหากันบนโลกออนไลน์ พร้อมอินไซต์จาก Social Listening ที่สะท้อนเสียงของผู้คนในแต่ละแพลตฟอร์ม

Read More »

เช็กก่อนโพสต์ ทำไม “ลิขสิทธิ์” ถึงเป็นเรื่องใหญ่ในยุคดิจิทัล

กระแสดราม่าลิขสิทธิ์ในโซเชียลสะท้อนว่า “ความเป็นต้นฉบับ” ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป บทความนี้ชวนทำความเข้าใจเส้นแบ่งระหว่างไอเดียกับวิธีเล่า พร้อมเช็กลิสต์เบื้องต้นก่อนโพสต์ เพื่อให้คอนเทนต์ปลอดภัยและ…

Read More »

“เลือกตั้ง” ครองฟีดโซเชียล เปิด 10 เทรนด์ร้อน ก.พ. 69

สรุป 10 เทรนด์โซเชียลเดือนกุมภาพันธ์ 2569 จากข้อมูล Social Listening ตั้งแต่เลือกตั้ง 2569 นับคะแนนใหม่ สหรัฐ–อิสราเอล–อิหร่าน พรีเมียร์ลีก ราคาทอง ประกันสังคม ไปจนถึงกระแสไวรัลที่คนไทยพูดถึงมากที่สุด…

Read More »

จากดอกไม้วัดสู่ดอกไม้ไวรัล “ดอกบัว” ถูกเล่าใหม่ จนกลายเป็นกระแสของ GEN Z

เทรนด์ถ่ายรูปกับดอกบัวที่สะพานพุทธ กำลังกลายเป็นกระแสไวรัลบนโซเชียล ไถฟีดไปทางไหนก็เจอ จนกลายเป็นอีกหนึ่ง visual trend ที่มาแรงในช่วงนี้ จากดอกบัวที่เคยถูกมองว่า “เชย” และผูกกับภาพจำการไหว้พระ…

Read More »

แพงจนเป็นกระแส ทำไม “Story” ทำให้คนยอมจ่าย

เมื่อราคาไม่ได้สะท้อนต้นทุน แต่สะท้อนเรื่องเล่า” ปรากฏการณ์ร้านขนมหวานไวรัลในโซเชียล สะท้อนการตลาดยุคใหม่ที่ Story กลายเป็นตัวกำหนดมูลค่า ขณะที่ FOMO และวัตถุนิยมกำลังเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค…

Read More »