โซเชียลร้อน! หลังเกิดข้อสงสัยความโปร่งใสของการนับคะแนนเลือกตั้งในหลายพื้นที่ จนเกิดเป็นกระแส #นับใหม่ทั้งประเทศ #เลือกตั้ง69
สังคมออนไลน์เริ่มพูดถึงประเด็นการนับคะแนนเลือกตั้งในหลายพื้นที่ หลังการประกาศผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการของ กกต. คืนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยเกิดกระแสการเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ จากการที่มีประชาชนโพสต์คลิปรายงานเหตุการณ์ความไม่ปกติในหลายหน่วยเลือกตั้ง โดยเฉพาะเขต 1 จังหวัดชลบุรี ที่มีประชาชนรวมตัวเรียกร้องให้ กกต.นับคะแนนใหม่ในช่วงค่ำวันที่ 9 กุมภาพันธ์ จนเกิดเป็นกระแส #นับใหม่ทั้งประเทศ #ชลบุรีเขต1 และเริ่มพบการกล่าวถึงแฮชแท็กที่อ้างอิงพื้นที่อื่น เช่น #สารคามเขต1 ติดเทรนด์และถูกพูดถึงในโลกออนไลน์
กระแสความไม่ไว้วางใจผลการนับคะแนน เริ่มต้นที่เขต 7 ปทุมธานี ระหว่างการนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง เมื่อกลุ่มประชาชนและนักศึกษาที่อยู่สังเกตการณ์ในขณะนั้น พบพฤติกรรมน่าสงสัยของเจ้าหน้าที่หน่วยที่ไม่อนุญาตให้เข้าร่วมสังเกตการณ์ ทั้งยังมีการแชร์ภาพกล้องวงจรปิดที่ถูกปิดทับด้วยถุงดำ ทำให้มีการรวมตัวกันประท้วงเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชนจนเกิดเป็นกระแสกดดันจนนำไปสู่การนับคะแนนใหม่ในที่สุด
กระแสความไม่ไว้วางใจยังส่งผลต่อเนื่องมาที่ เขต 1 ชลบุรี เมื่อเพจสื่อท้องถิ่นรายงานว่าจะมีการนับคะแนนใหม่ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ มวลชนจึงไปรวมตัวกันที่เทศบาลแสนสุขเพื่อรอดูการนับคะแนนใหม่ แต่ปรากฏว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง ประชาชนจึงเปลี่ยนสถานที่ไปรวมตัวกันที่จุดรวมหีบบัตร ณ เทศบาลชลบุรี ซึ่งทำให้พบว่าหีบบัตรเลือกตั้งถูกเก็บไม่เป็นไปตามระเบียบของ กกต. ทั้งไม่มีสายเคเบิลไทร์รัดไว้ (Cable Tie) และไม่มีการลงลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่กำกับรอบหีบบัตร
ด้วยเหตุนี้ยิ่งก่อให้เกิดกระแสความไม่ไว้วางใจต่อการทำหน้าที่ของ กกต. มีการเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่เพื่อความโปร่งใส โดยเจ้าหน้าที่ของ กกต.จังหวัดชลบุรี ระบุว่าต้องให้ กกต.ชุดใหญ่เป็นผู้วินิจฉัยในช่วงสายของวันรุ่งขึ้น (10 กุมภาพันธ์ 2569)
เหตุการณ์ดังกล่าวจุดกระแสความสนใจอย่างกว้างขวางในโซเชียลมีเดีย จากการถ่ายทอดสดของหลายสื่อตั้งแต่ช่วงค่ำของวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ต่อเนื่องจนถึงเช้าวันที่ 10 กุมภาพันธ์ โดยเฉพาะคลิปถ่ายทอดสดบนเพจไทยรัฐออนไลน์ มียอดรับชมสูงถึง 2.4 ล้านครั้ง มีเอ็นเกจเมนต์สูงถึง 78,781 ครั้ง และมีผู้แสดงความคิดเห็นมากกว่า 86,000 ข้อความ (ข้อมูลจาก dxt:360)
นอกจากนี้ ยังมีผู้ใช้โซเชียลมีเดียอีกหลายรายโพสต์คลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นถึงความไม่ปกติในการนับคะแนนการเลือกตั้งอีกหลายหน่วย เช่น คลิปการนับคะแนนในหน่วยเลือกตั้งท่ามกลางความมืดพร้อมข้อกล่าวอ้างว่าไฟดับ แต่พัดลมยังสามารถใช้การได้ บางหน่วยไม่อนุญาตให้มีผู้สังเกตการณ์ รวมถึงผลการนับคะแนนบางหน่วยเลือกตั้งที่ปรากฎออกมาว่าผลคะแนนรวมมากกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ เป็นต้น ส่งผลให้หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการเลือกตั้งครั้งนี้
เสียงสะท้อนจากโซเชียล
ผู้ใช้โซเชียลมีเดียต่างแสดงความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ยอมรับผลการเลือกตั้งได้ทุกรูปแบบ แต่ต้องเป็นการเลือกตั้งที่ชอบธรรมและโปร่งใส เช่น
- เรียกร้องให้ #นับใหม่ทั้งประเทศ อันนี้ไม่สนว่าพรรคไหนชนะหรือแพ้ แบบไหนก็ได้ ยอมรับได้ แต่ว่าการตัดสินไม่โปร่งใสมันยอมรับไม่ได้
- โกรธแทนคนที่เสียเงินกลับไปเลือกตั้งที่บ้านเกิด ที่ไกล ๆ ที่ไม่มีคนไปจับตานับคะแนน 1 เสียงของเขากลายเป็นเสียงใครก็ไม่รู้
- ช่วงการนับคะแนนควรมีการถ่ายทอดสดผ่านเว็บไซต์เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าไปตรวจสอบและเรียกดูได้ทุกเขต ทุกหน่วย
นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ ทำได้หรือไม่
เพจไอลอว์ (iLaw) เปิดข้อกฎหมายตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 ข้อ 233 ระบุว่า กกต.สามารถสั่งให้นับคะแนนใหม่ได้ หากจำนวนผู้มาใช้สิทธิไม่ตรงกับจำนวนบัตร หรือการเลือกตั้งส่อความไม่สุจริต
นอกจากนี้ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 หรือกฎหมายเลือกตั้ง มาตรา 122 ระบุว่า กรณีจำนวนผู้มาใช้สิทธิไม่ตรงกับจำนวนบัตร ให้รายงานต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาให้มีการนับคะแนนใหม่ หรือลงคะแนนใหม่ได้
จากกระแส #นับใหม่ทั้งประเทศ สะท้อนให้เห็นว่าเสียงประชาชนในสื่อสังคมออนไลน์หลังการเลือกตั้งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ “ผลคะแนน” แต่สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจต่อ “กระบวนการ” และ “ความคาดหวังด้านความโปร่งใส” ของการเลือกตั้งครั้งนี้
by Pravethida Anomakiti, Pornlada Panichakul




