8 เทรนด์โซเชียลปี 2569 เมื่อวัฒนธรรมกลายเป็น “พลังขับเคลื่อนแบรนด์”

โซเชียลมีเดียกำลังเปลี่ยนบทบาท จากพื้นที่ที่แบรนด์ใช้สื่อสารกับผู้บริโภค ไปสู่พื้นที่ที่ผู้บริโภคมีบทบาทร่วมกันสร้างวัฒนธรรม กระแส และอิทธิพลของแบรนด์

ดาต้าเซ็ตมีโอกาสเข้าร่วมงาน “Stepping into the Future Worth Talking About: Cultures as the New Economy” ซึ่งจัดขึ้นโดย We Are Social Thailand ณ Marshall Livehouse โดยในช่วงแรกของงาน ผู้บริหารของ We Are Social ได้ขึ้นเวทีนำเสนอแนวคิดสำคัญจากรายงาน Think Forward 2026 ก่อนจะเข้าสู่ช่วงเสวนาที่รวบรวมมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเกม ดนตรี อาหารและเครื่องดื่ม ตลอดจนซอฟต์พาวเวอร์ ถึงบทบาทของวัฒนธรรมในฐานะแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่

คุณปัฐวีร์ อภิวัชรเจริญสิน รองผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์ We Are Social Thailand

หนึ่งในแนวคิดสำคัญจากรายงานคือ Cultural Power Loop ซึ่งอธิบายว่า วัฒนธรรมบนโลกโซเชียลไม่ได้เกิดจากแบรนด์เพียงฝ่ายเดียว แต่เกิดจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างครีเอเตอร์ คอมมูนิตี้ และแพลตฟอร์ม เมื่อผู้คนมีส่วนร่วมกับคอนเทนต์มากขึ้น วัฒนธรรมก็ยิ่งขยายตัว และการเติบโตของวัฒนธรรมก็ยิ่งดึงดูดให้ผู้คนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น เป็นวงจรที่ส่งเสริมกันอย่างต่อเนื่อง

ภายในกรอบแนวคิดนี้ We Are Social อธิบายพลังของวัฒนธรรมผ่าน 4 มิติสำคัญ ได้แก่ Presence, Proof, Power และ Participation ซึ่งเป็นองค์ประกอบของ Cultural Power Loop และยังเป็นกรอบในการทำความเข้าใจ 8 เทรนด์สำคัญของโซเชียลมีเดียในปี 2569 ดังนี้

Photo credit: Think Forward 2026 Report (We Are Social)

Presence: ความใกล้ชิดและความจริงใจ กลายเป็นสกุลเงินใหม่

ท่ามกลางคอนเทนต์ที่ปรากฏอยู่เต็มฟีด โดยเฉพาะคอนเทนต์ที่สร้างโดย AI โจทย์ใหญ่ของนักการตลาดยุคนี้ จึงไม่ใช่แค่การ “มีตัวตน” บนโลกออนไลน์เพียงชั่วครั้งชั่วคราวผ่านการปล่อยแคมเปญระยะสั้น แต่คือการทำอย่างไรให้แบรนด์เข้าไป “อยู่ในใจ” ผู้บริโภคได้อย่างยั่งยืน

โลกโซเชียลเคยให้รางวัลกับสิ่งที่ยิ่งใหญ่ คอนเทนต์ที่ตระการตา ภาพที่สวยงามสมบูรณ์แบบ แต่วันนี้ผู้คนเริ่มเบื่อหน่ายกับความสมบูรณ์แบบ พวกเขาหันมาหาความรู้สึกที่ “ใกล้ชิด” และ “จริง” มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแชร์ช่วงเวลาเล็ก ๆ ของชีวิต เช่น การชงกาแฟตอนเช้า หรือการนั่งรถไฟฟ้าหลังเลิกงาน

สิ่งที่น่าสนใจคือโซเชียลมีเดียได้กลายเป็นช่องทางอันดับหนึ่งที่นักการตลาดใช้สร้าง Emotional Connection กับผู้บริโภค แบรนด์ที่เข้าใจเทรนด์นี้จะไม่รอแคมเปญใหญ่ แต่จะหาวิธีแทรกตัวเข้าไปในชีวิตประจำวันผ่านเรื่องเล็ก ๆ ที่ผู้บริโภครู้สึกว่า “นี่คือชีวิตของฉัน” 

คอนเทนต์ที่สมบูรณ์แบบอาจไม่ใช่สิ่งที่ผู้บริโภคต้องการเสมอไป ในหลายกรณี คอนเทนต์ที่ดูเรียบง่าย ตรงไปตรงมา หรือแม้กระทั่งดู “เด๋อด๋า” หรือ “น่าอายแทน” กลับสร้างความรู้สึกจริงใจและทำให้ผู้คนจดจำแบรนด์ได้มากกว่า

ความกล้าที่จะสื่อสารอย่างเป็นธรรมชาติ หรือการแสดงออกในแบบที่ไม่ได้ผ่านการขัดเกลามาก  จึงกลายเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้แบรนด์เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะในยุคที่ AI ผลิตคอนเทนต์ที่สวยงามสมบูรณ์แบบออกมาท่วมฟีด คอนเทนต์ที่มีความเป็นมนุษย์และรู้สึกจริง จึงโดดเด่นและสร้างความเชื่อมโยงกับผู้บริโภคได้มากกว่า

Proof: ผู้บริโภคเชื่อประสบการณ์จริง มากกว่าโฆษณา

ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ไม่ได้เกิดจากสิ่งที่แบรนด์พูดถึงตัวเองเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากสิ่งที่ผู้บริโภคพูดถึงแบรนด์บนโลกโซเชียล

ผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามกับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญหรือรีวิวแบบดั้งเดิม และหันไปให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของผู้ใช้จริงมากขึ้น รีวิวจากผู้บริโภคทั่วไป คอนเทนต์จากคอมมูนิตี้ และการแชร์ประสบการณ์บนโซเชียล จึงมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้ออย่างมาก

สำหรับแบรนด์ แทนที่จะบอกว่า “สินค้าเราดีที่สุด” ลองเปลี่ยนมาเล่าให้ฟังว่า “ทำไมเราถึงทำแบบนี้” เพราะในยุคที่ผู้บริโภคไม่ได้ขาดข้อมูล  ความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือ จึงมีค่ามากกว่าการโฆษณาตัวเอง

ผู้บริโภคยุคนี้ไม่ได้ต้องการให้ใครมาบอกว่า “ต้องทำอย่างนี้” พวกเขาต้องการเครื่องมือและข้อมูลเพื่อสรุปด้วยตัวเอง และนั่นจึงอธิบายได้ว่าทำไมในแต่ละเดือนจึงมีผู้คนกว่า 1 พันล้านคนทั่วโลกหันมาใช้เครื่องมือ AI เพื่อค้นหาคำตอบในแบบที่ตัวเองต้องการ ไม่ใช่รอให้ผู้เชี่ยวชาญมาบอก

ความรู้เฉพาะทางกลายเป็นสิ่งที่มีสถานะทางสังคม การอธิบายสูตรส่วนผสมของสกินแคร์ การวิเคราะห์โภชนาการอย่างละเอียด หรือการอธิบายวิทยาศาสตร์ยาวหลายชั่วโมงกลายเป็นคอนเทนต์ที่คนติดตาม ความโปร่งใสและข้อมูลที่เข้าถึงได้ง่ายจึงกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างความน่าเชื่อถือของแบรนด์

Volvo คือตัวอย่างที่ดีของแบรนด์ที่เลือก “ลงลึกแทนการพูดกว้าง” ผ่านซีรีส์วิดีโอทาง YouTube ความยาวแปดนาทีโดยไม่มีดนตรีประกอบหรือการตัดต่อหวือหวา เพราะแบรนด์เชื่อว่าการเคารพความฉลาดของผู้ชม และการให้ข้อมูลเชิงลึก คือสิ่งที่สร้างความน่าเชื่อถือได้จริง ขณะที่ Vaseline สร้างความน่าเชื่อถือด้วยการแก้ข้อมูลผิด ๆ เกี่ยวกับสกินแคร์อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งกลับกลายเป็นกลยุทธ์ที่ทรงพลังกว่าการโฆษณาตัวเองว่าดีเลิศ

Photo credit: Think Forward 2026 Report (We Are Social)

Power: วัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ กลายเป็นพลังใหม่ของแบรนด์

บทบาทของแบรนด์ในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่การขายสินค้า แต่ขยายไปสู่การมีส่วนร่วมกับวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์

แนวคิดเรื่องความหรูหรากำลังเปลี่ยนไป สิ่งที่ผู้บริโภคยุคนี้ให้คุณค่าไม่ใช่การ “ซื้อของแพง” แต่คือ “ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง” ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการผลิต ประวัติศาสตร์ของแบรนด์ หรือวัฒนธรรมที่อยู่เบื้องหลัง ผู้บริโภคจำนวนมากให้ความสำคัญกับที่มา แรงบันดาลใจ และเรื่องราวของแบรนด์ มากกว่าการครอบครองเพียงอย่างเดียว

Hennessy สะท้อนแนวคิดนี้ได้ดี ด้วยการสร้างความพรีเมียมผ่านการเชื่อมโยงกับโลกของศิลปะและความคิดสร้างสรรค์หลากหลายแขนง ไม่ยึดติดกับภาพลักษณ์เดิม ๆ ขณะที่ adidas ใช้การเล่าเรื่องผ่านสารคดีและการเปิดพื้นที่หลังบ้านของกระบวนการออกแบบ เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจและเห็นคุณค่าของสินค้ามากกว่าแค่ตัวโลโก้

แม้ AI จะช่วยให้การสร้างคอนเทนต์ทำได้รวดเร็วขึ้น แต่สิ่งที่ทำให้แบรนด์โดดเด่นยังคงเป็นความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ ในยุคที่คอนเทนต์จำนวนมากถูกสร้างขึ้นด้วย AI แบรนด์ที่สามารถนำเสนอไอเดียหรือมุมมองที่แตกต่าง จะยิ่งมีโอกาสดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค

รายงานระบุว่า 81% ของนักการตลาดเริ่มใช้ AI เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างคอนเทนต์แล้ว แต่แบรนด์ที่โดดเด่นจะใช้ AI เป็น "เครื่องมือขยายความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์"  ไม่ใช่ใช้แทนมนุษย์

Hermès คือตัวอย่างการใช้ความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์เป็นแกนกลาง โดยดึงศิลปินที่มีโลกส่วนตัวชัดเจนมาผสานโลกแฟนตาซีเข้ากับงานฝีมือจนกลายเป็นสิ่งที่ผู้บริโภครู้สึกได้ว่าไม่มีทางเกิดจาก AI

Participation - จากผู้ชม สู่ผู้ร่วมสร้างวัฒนธรรมของแบรนด์

ผู้บริโภคไม่ได้ต้องการเป็นเพียงผู้ชมคอนเทนต์ของแบรนด์อีกต่อไป แต่ต้องการมีส่วนร่วมในการสร้างวัฒนธรรมรอบแบรนด์นั้น

แฟนคลับในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงผู้สนับสนุน แต่กลายเป็นผู้สร้างคอนเทนต์ สร้างกระแส และขยายอิทธิพลของแบรนด์ผ่านคอมมูนิตี้ของตนเอง แบรนด์ที่สามารถเปิดพื้นที่ให้แฟนคลับมีส่วนร่วม จะมีโอกาสสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้บริโภคได้มากขึ้น

บรรยากาศการเสวนาโดยมีผู้บริหารจาก PepsiCo, Garena และ Marshall มาแลกเปลี่ยนมุมมอง

แฟน ๆ ในยุคนี้ไม่ได้แค่ติดตามหรือรอรับข่าวสาร แต่พวกเขาลงมือสร้างเองด้วย ไม่ว่าจะเป็นการแต่งทฤษฎี เขียนเรื่องราวต่อยอด ตั้งกลุ่มพูดคุย หรือผลักดันสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบให้เข้าไปอยู่ในกระแสหลักด้วยพลังของตัวเอง ตัวเลขจากรายงานสะท้อนให้เห็นว่านักการตลาดเริ่มตระหนักถึงเรื่องนี้แล้ว โดย 73% เชื่อว่าพลังของกลุ่มแฟนคลับจะกลายเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์โซเชียลในปีนี้

McDonald’s คือตัวอย่างที่เห็นภาพชัด ด้วยการเปลี่ยนเมนูพิเศษที่มีเฉพาะช่วงเวลาสั้น ๆ ให้กลายเป็นเหตุการณ์ที่แฟน ๆ รู้สึกว่าต้องไม่พลาด ขณะที่ Spotify ใช้เรื่องราวของแฟนดนตรีธรรมดา ๆ เป็นแกนกลางของแคมเปญ เพราะเข้าใจว่าคนธรรมดาที่หลงรักดนตรีจริง ๆ พูดแทนแบรนด์ได้ทรงพลังกว่าการโฆษณาใด ๆ

กระแสจำนวนมากบนโซเชียลไม่ได้เริ่มต้นจากแบรนด์ แต่เกิดจากการตีความ ดัดแปลง และต่อยอดโดยผู้บริโภคในคอมมูนิตี้ การเข้าใจวัฒนธรรมของแฟนคลับ และเปิดพื้นที่ให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ จึงกลายเป็นกลยุทธ์สำคัญของแบรนด์ในยุคโซเชียล

59% ของผู้บริโภคบอกว่าพวกเขามีแนวโน้มจะพิจารณาซื้อสินค้าที่ "ทุกคนกำลังพูดถึง" และ 51% ของชาวอเมริกันบอกว่าการแชร์คอนเทนต์เกี่ยวกับสิ่งที่ตัวเองเป็นชื่นชอบหรือติดตามอยู่นั้นเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงออกถึงตัวตน

สินค้าและวัฒนธรรมของแบรนด์กำลังกลายเป็น “วัตถุดิบ” ที่แฟน ๆ นำไปรีมิกซ์ ต่อยอด และสร้างเรื่องราวของตัวเอง แบรนด์อย่าง Coach ที่จับมือกับ Amazon ผ่านซีรีส์ The Summer I Turned Pretty คือตัวอย่างที่ชัดเจนของการเปิดพื้นที่ให้กลุ่มแฟนคลับเชื่อมต่อกับแบรนด์ผ่านสิ่งที่พวกเขารักอยู่แล้ว แทนที่จะพยายามสร้างกระแสขึ้นมาเอง

แบรนด์ที่ชนะ คือแบรนด์ที่ "อยู่ในวัฒนธรรม" ไม่ใช่แค่ "อยู่บนฟีด"

ทั้ง 8 เทรนด์สะท้อนว่า การสร้างแบรนด์บนโซเชียลมีเดียในปี 2569 ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการผลิตคอนเทนต์จำนวนมาก หรือการเป็นแบรนด์ที่โพสต์บ่อยที่สุดหรือใช้งบมากที่สุด แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถของแบรนด์ในการเข้าใจวัฒนธรรม สร้างความสัมพันธ์ และเปิดพื้นที่ให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

รายงานยังชี้ให้เห็นว่า แบรนด์ที่ทำงานร่วมกับครีเอเตอร์เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับคอมมูนิตี้ สามารถสร้างผลตอบแทนระยะยาวได้สูงกว่าการลงสื่อทั่วไปถึง 51% ขณะที่แบรนด์ที่ผสมผสานการสร้างยอดขายระยะสั้นเข้ากับการสร้างคุณค่าของแบรนด์ในระยะยาว สามารถเพิ่มรายได้มากถึง 90%

ในโลกที่วัฒนธรรมกลายเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แบรนด์ที่มีโอกาสเติบโตอย่างยั่งยืน คือแบรนด์ที่สามารถเชื่อมโยงตัวเองเข้ากับวัฒนธรรมและคอมมูนิตี้ของผู้บริโภคได้อย่างแนบเนียน จนกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของพวกเขา ไม่ใช่เพียงคอนเทนต์อีกชิ้นหนึ่งที่เลื่อนผ่านบนหน้าฟีด

 

ที่มา: รายงาน Think Forward 2026 โดย We Are Social 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: Media Talk: จาก Reach สู่ Relationship ถอดรหัส Cultural Power Loop เกมใหม่ของแบรนด์ยุค Intimacy Economy

ข่าวล่าสุด

ทำคอนเทนต์ยุค AI เขียนอย่างไรให้ปังทั้ง Google Search และ AI Overview

เมื่อ AI เปลี่ยนพฤติกรรมการค้นหา คอนเทนต์ที่ดีต้องไม่แค่ติดอันดับ Google แต่ต้องให้ AI เลือกเป็นคำตอบ เรียนรู้วิธีเขียนคอนเทนต์ยุค AI ให้ปังทั้ง SEO, AEO และ GEO

Read More »

ดาต้าเซ็ต จับมือ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ หลักสูตรนานาชาติ ผลักดัน Media Intelligence และ Social Listening จากโลกธุรกิจสู่ห้องเรียน

ดาต้าเซ็ตลงนาม MOU กับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ หลักสูตรนานาชาติ นำแพลตฟอร์ม dxt:360 Analytics และองค์ความรู้ด้าน Media Intelligence และ Social Listening สู่ห้องเรียนโดยตรง

Read More »

Tech + Taste + Touch: สูตรสำเร็จการตลาดปี 2026

ในยุคที่ AI และ Data กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการตลาด อะไรคือสิ่งที่ทำให้แบรนด์ยังโดดเด่น? จากเวที MarTech Expo 2026 สองกูรูการตลาดชี้ชัดว่า “Tech, Taste และ Touch” คือกุญแจสำคัญในการสร้างความแตกต่างและค…

Read More »

Dataxet x BUIC : ดาต้าเซ็ตแชร์ความรู้ด้าน Media Intelligence & Social Listening กับนักศึกษาการตลาด

ดาต้าเซ็ตได้รับเชิญจัดบรรยายและ workshop ที่ BUIC แชร์ความรู้ด้าน Media Intelligence และ Social Listening กับนักศึกษาวิชา International Business Management

Read More »

4 ทักษะ 4 รูปแบบการทำงาน สร้างทีมการตลาดให้ชนะในโลกที่เปลี่ยนไว

เจาะลึก 4 รูปแบบการทำงานและ 4 ทักษะสำคัญที่ทีมการตลาดยุคใหม่ต้องมี เพื่อเอาชนะ AI และขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จในปี 2026 พร้อมอินไซต์จากผู้เชี่ยวชาญกว่า 500 แบรนด์

Read More »

MarTech Expo 2026 Recap: เมื่อ Data ไม่ใช่แค่ “มี” แต่ต้อง “ใช้ให้เกิด Insights”

สรุปบรรยากาศ MarTech Expo 2026 งานที่รวมเทคโนโลยีการตลาดล่าสุด พร้อมไฮไลต์ Workshop “From Media Data to Market Direction” โดย Dataxet ชวนเรียนรู้การใช้ Data เพื่อสร้าง Insights…

Read More »