แผ่นดินไหวกลายเป็นประเด็นที่คนไทยติดตามมากขึ้น หลังหลายเหตุการณ์ส่งแรงสั่นสะเทือนถึงพื้นที่ไทย โดยครึ่งแรกปี 2569 พบแผ่นดินไหวในประเทศไทยและพื้นที่ใกล้เคียงรวม 782 ครั้ง ส่วนใหญ่เป็นเหตุขนาดเล็กและไม่ก่อความเสียหาย บทความนี้ชวนอ่านสถิติให้เข้าใจ พร้อมทบทวนเหตุใหญ่รอบโลกและแนวทางรับมือแผ่นดินไหวอย่างไม่ตื่นตระหนก
นับตั้งแต่เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ส่งแรงสั่นสะเทือนถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑลเมื่อปีที่ผ่านมา “แผ่นดินไหว” ได้กลายเป็นอีกหนึ่งภัยธรรมชาติที่คนไทยให้ความสนใจและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดมากขึ้น จากเดิมที่หลายคนอาจมองว่าเป็นเหตุการณ์ไกลตัวหรือเกิดขึ้นเฉพาะในต่างประเทศ
ความตื่นตัวของคนไทยสะท้อนผ่านข้อมูลจาก Google Trends โดยคำค้นหา “แผ่นดินไหว” ในประเทศไทยตั้งแต่ต้นปี 2569 มีระดับความสนใจเพิ่มขึ้นเป็นระลอกตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งในไทยและต่างประเทศ ก่อนพุ่งแตะระดับสูงสุดในวันที่ 18 พ.ค. 69 ซึ่งตรงกับเหตุแผ่นดินไหวขนาด 5.3 ใกล้ชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศเมียนมา โดยมีรายงานประชาชนรับรู้แรงสั่นไหวในหลายพื้นที่ของไทย รวมถึงกรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ ลำปาง และเชียงใหม่
กระแสการค้นหาที่เพิ่มขึ้นจึงสะท้อนว่า เมื่อแรงสั่นสะเทือนสามารถรับรู้ได้ใกล้ตัว คนไทยจะหันมาค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ สาเหตุ และแนวทางปฏิบัติตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ระดับความรุนแรงของแผ่นดินไหวเริ่มตั้งแต่ 1.0-2.9 สั่นไหวเล็กน้อย อาจรู้สึกเวียนศีรษะ 3.0-3.9 ผู้ที่อยู่ในอาคารรู้สึกเหมือนรถไฟวิ่งผ่าน 4.0-4.9 สั่นไหวปานกลาง ผู้ที่อยู่ทั้งในและนอกอาคารรู้สึกถึงการสั่นสะเทือน วัตถุห้อยแขวนแกว่งไกว 5.0-5.9 สั่นไหวรุนแรง วัตถุมีการเคลื่อนที่ 6.0-6.9 อาคารเริ่มเสียหาย พังทลาย และ 7.0 ขึ้นไป สั่นไหวร้ายแรง อาคารเสียหายอย่างหนัก แผ่นดินแยก
ครึ่งแรกปี 69 พบแผ่นดินไหวไทย–ใกล้เคียง 782 ครั้ง
จากการรวบรวมข้อมูลจากกองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 เกิดแผ่นดินไหวในประเทศไทยและพื้นที่ใกล้เคียงรวม 782 ครั้ง แบ่งเป็นแผ่นดินไหวที่เกิดในประเทศไทย 98 ครั้ง และเกิดในประเทศใกล้เคียง เช่น เมียนมา สปป.ลาว จีน อินโดนีเซีย เวียดนาม และอินเดีย 684 ครั้ง
ตัวเลข 782 ครั้งไม่ได้หมายความว่าคนไทยรับรู้แรงสั่นสะเทือนทั้งหมด และแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นแผ่นดินไหวขนาดเล็ก (Minor Earthquake) ซึ่งเป็นการเคลื่อนตัวของกลุ่มรอยเลื่อนมีพลัง เช่น รอยเลื่อนคลองมะรุ่ยในภาคใต้ หรือกลุ่มรอยเลื่อนพะเยา โดยเหตุการณ์ส่วนใหญ่ไม่มีรายงานความเสียหาย
อย่างไรก็ตาม ขนาดของแผ่นดินไหวไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่บอกความเสียหาย เพราะแผ่นดินไหวขนาดใหญ่แต่เกิดลึกหรืออยู่ไกลชุมชน อาจสร้างผลกระทบน้อยกว่าแผ่นดินไหวขนาดปานกลางแต่เกิดในระดับตื้นและใกล้เขตเมือง ดังนั้นการอ่านข้อมูลแผ่นดินไหวจึงควรพิจารณาทั้งขนาด ความลึก ตำแหน่งจุดศูนย์กลาง และสภาพพื้นที่โดยรอบควบคู่กัน
เหตุแผ่นดินไหวใหญ่รอบโลกที่ถูกจับตา
ขณะเดียวกัน หลายภูมิภาคทั่วโลกที่ตั้งอยู่บนจุดภูมิศาสตร์หรือมีโครงสร้างทางธรณีวิทยาที่ไม่เหมือนกัน ต่างเผชิญเหตุแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่ที่มีระดับความรุนแรงแตกต่างกันไปในช่วงที่ผ่านมา
- วันที่ 2 ม.ค. 69 แผ่นดินไหวขนาด 6.5 ในประเทศเม็กซิโก ที่ความลึก 35 กม. และมีอาฟเตอร์ช็อกอีกมากกว่า 500 ครั้ง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 12 ราย และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ทั้งนี้ เม็กซิโกตั้งอยู่บนรอยต่อของแผ่นเปลือกโลก 5 แผ่น ทำให้เป็นหนึ่งในประเทศที่ประสบเหตุแผ่นดินไหวบ่อยที่สุดในโลก
- วันที่ 20 เม.ย. 69 แผ่นดินไหวขนาด 7.4 บริเวณเกาะฮอนชู ประเทศญี่ปุ่น ที่ความลึก 29 กม. สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ประกาศเตือนสึนามิชายฝั่ง พร้อมคาดการณ์อาจมีคลื่นสูง 3 เมตร ต่อมาพบคลื่นสูง 40-80 ซม. บ้านเรือนกว่าร้อยหลังเกิดไฟฟ้าดับ และรถไฟชินคันเซนบางสายหยุดให้บริการชั่วคราว แต่ไม่มีรายงานความเสียหายในระดับรุนแรง
- วันที่ 26 พ.ค. 69 แผ่นดินไหวขนาด 6.9 ในประเทศชิลี ที่ความลึก 89 กม. ส่งผลให้เกิดดินถล่มปิดเส้นทางคมนาคม ระบบสาธารณูปโภคได้รับความเสียหาย ประชาชนราว 27,000 คน ไม่มีกระแสไฟฟ้า และครัวเรือนประมาณ 3,000-4,000 แห่ง ได้รับผลกระทบจากปัญหาท่อประปาแตก แต่ไม่มีรายงานพบผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
- วันที่ 25 มิ.ย. 69 แผ่นดินไหวขนาด 7.3 และ 7.4 ติดต่อกันสองระลอกในสาธารณรัฐเวเนซุเอลา และเป็นแผ่นดินไหวขนาดตื้นบนบก ถือเป็นแผ่นดินไหวรุนแรงที่สุดในรอบ 30 ปี นอกจากนี้ยังเกิดแผ่นดินไหวตาม (Aftershocks) อีกกว่า 140 ครั้ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตสะสมกว่า 1,450 ราย มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 3,150 คน และยังมีประชาชนสูญหายอีกจำนวนมาก
- และล่าสุดวันที่ 28 ก.ค. 69 แผ่นดินไหวขนาด 7.1 ในจังหวัดคุมาโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น ที่ความลึก 10 กิโลเมตร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 30 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมาก ขณะที่อาคารกว่า 1,500 แห่งได้รับความเสียหาย รวมถึงเหตุระเบิดและอาคารบางส่วนและระบบสาธารณูปโภคได้รับผลกระทบ
แม้เหตุแผ่นดินไหวรอบโลกเหล่านี้จะไม่ได้ส่งผลต่อประเทศไทยโดยตรง แต่ช่วยย้ำว่าแผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้ในหลายภูมิภาคของโลก แม้ประเทศไทยจะมีความเสี่ยงและความถี่ในการเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงน้อยกว่าหลายประเทศในพื้นที่วงแหวนแห่งไฟ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าประเทศไทยปลอดภัยจากภัยแผ่นดินไหวทั้งหมด
หลักปฏิบัติเพื่อรับมือเหตุแผ่นดินไหว
เนื่องจากแผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหวจึงแนะนำหลักปฏิบัติและการเตรียมความพร้อม เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถรับมือสถานการณ์ได้เมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหวดังนี้
ก่อนเกิดเหตุ
- หลีกเลี่ยงการวางสิ่งของที่มีน้ำหนักมากไว้บนที่สูง
- ยึดเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ให้แน่นหนากับผนัง
- เตรียมอุปกรณ์กู้ชีพพื้นฐาน เช่น ไฟฉาย กระเป๋ายา และถังดับเพลิงไว้ในตำแหน่งที่ทุกคนในบ้านรับรู้
- สมาชิกในครอบครัวควรเรียนรู้วิธีการตัดระบบสาธารณูปโภค ทั้งวาล์วแก๊ส วาล์วน้ำ และสะพานไฟ รวมถึงกำหนดจุดรวมพลหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
ระหว่างเกิดเหตุ
- ควบคุมสติและอย่าตื่นตระหนก
- หากอยู่ในบ้าน ให้หลบหรือหมอบในจุดที่มีโครงสร้างแข็งแรง อยู่ห่างจากประตู ระเบียง และกระจก
- หากอยู่บนอาคารสูง ให้รีบออกจากอาคาร ห้ามใช้ลิฟต์เด็ดขาด
- หากอยู่ในที่โล่งแจ้ง ควรยืนให้ห่างจากเสาไฟฟ้าและสิ่งห้อยแขวน
- หากอยู่ใกล้ชายฝั่งทะเล ให้รีบออกห่างจากชายฝั่ง เพื่อป้องกันอันตรายจากคลื่นขนาดใหญ่ซัดเข้าหาฝั่ง
หลังเกิดเหตุ
- สำรวจอาการบาดเจ็บของตนเองและคนรอบข้าง
- รีบออกจากอาคารที่เสียหายทันที เพราะอาจมีอาฟเตอร์ช็อกตามมา
- สวมรองเท้าหุ้มส้นเพื่อป้องกันเศษวัสดุแหลมคม
- ตรวจสอบความเสียหายของท่อน้ำ ท่อแก๊ส และสายไฟ
- คอยติดตามข่าวสารจากช่องทางทางการของรัฐ
- งดการส่งต่อข่าวลือเพื่อป้องกันความสับสน
ข้อมูลแผ่นดินไหวในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ทำให้เห็นว่า การสั่นสะเทือนเกิดขึ้นบ่อยกว่าที่หลายคนรับรู้ แต่ส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก อยู่ห่างจากชุมชน และไม่ได้กระทบต่อชีวิตประจำวันโดยตรง ตัวเลข 782 ครั้งจึงไม่ควรถูกมองเป็นสัญญาณให้ตื่นกลัว แต่เป็นข้อมูลที่ช่วยให้สังคมเข้าใจธรรมชาติของแผ่นดินไหวมากขึ้นว่า เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นได้ทั้งในไทยและพื้นที่รอบข้าง และบางครั้งอาจรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้แม้จุดศูนย์กลางจะอยู่ห่างจากบ้านเราก็ตาม
อย่างไรก็ตาม การติดตามสถานการณ์แผ่นดินไหวก็เป็นอีกหนึ่งในการเตรียมความพร้อม การรู้ว่าพื้นที่ใดเกิดเหตุบ่อย เหตุการณ์แบบใดที่อาจส่งแรงสั่นสะเทือนถึงไทย และควรปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อเกิดเหตุ จะช่วยให้ประชาชนรับมือได้อย่างมีสติ และช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดความเสียหายเพิ่มเติมได้มากที่สุด
รวบรวมข้อมูลจาก กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว https://earthquake.tmd.go.th/earthquakereport.html
by Pravethida Anomakiti




