ทุกวันมีข้อมูลไหลเข้าสู่องค์กรมากมาย ทั้งข่าว บทสนทนาบนโซเชียล และรายงานต่างๆ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยวางกลยุทธ์และนโยบายได้อีกมาก เมื่อถูกเก็บอย่างเป็นระบบและผ่านการตีความจนรู้ว่าควรนำไปใช้อย่างไร
บทความนี้เรียบเรียงจากการบรรยายพิเศษหัวข้อ “การประยุกต์ใช้ผลการวิเคราะห์สารสนเทศเพื่อการวางแผนเชิงกลยุทธ์และเชิงนโยบายขององค์กร” ซึ่งดาต้าเซ็ตได้รับเชิญเป็นวิทยากรให้กับนักศึกษาปริญญาโท สาขาการจัดการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยมีคุณกมลวรรณ วรรณวิธู Media Monitoring Operation Manager ของดาต้าเซ็ต เป็นผู้บรรยาย เนื้อหาสรุปเป็นแนวคิดที่ทั้งคนทำงานในองค์กรและผู้เรียนด้านสารสนเทศนำไปใช้ต่อได้
ข้อมูลเดินทางผ่านห้าขั้นก่อนกลายเป็นการตัดสินใจ
แนวคิด The Value Chain of Data ที่คุณกมลวรรณใช้อธิบายในการบรรยาย ช่วยให้เห็นว่าข้อมูลต้องผ่านการแปรรูปทีละขั้น และแต่ละขั้นเพิ่มคุณค่าให้ข้อมูลอย่างไร
- Data ข้อมูลดิบที่เก็บมา คำถามคือ เราเก็บข้อมูลที่ตอบโจทย์ขององค์กรหรือเปล่า
- Information ข้อมูลที่จัดระเบียบแล้ว คำถามคือ คนที่ต้องใช้อ่านเข้าใจได้หรือเปล่า
- Analysis การวิเคราะห์ คำถามคือ เราเห็นแนวโน้ม ความเปลี่ยนแปลง หรือความเชื่อมโยงอะไร
- Insight ข้อค้นพบ คำถามคือ สิ่งที่เห็นหมายความว่าอะไรต่อองค์กร
- Decision การตัดสินใจ คำถามคือ เราจะทำอะไรต่างไปจากเดิม
แต่ละขั้นต่อยอดจากขั้นก่อนหน้า การเก็บข้อมูลที่ดีในขั้นแรกจึงเป็นฐานของทุกอย่าง และเมื่อข้อมูลเดินทางไปถึงขั้น Insight ตัวเลขจะเริ่มบอกได้ว่าองค์กรควรทำอะไรต่อ ซึ่งเป็นจุดที่ข้อมูลพร้อมนำไปสู่การตัดสินใจเชิงนโยบาย
ข้อมูลสื่อบอกทิศทางที่องค์กรมองจากข้างในไม่เห็น
ข่าวสารและเสียงของผู้บริโภคเป็นสารสนเทศจากภายนอกที่ช่วยเติมภาพให้ครบ สะท้อนว่าสังคมมององค์กรอย่างไร ประเด็นไหนกำลังถูกพูดถึง และความคิดเห็นกำลังเปลี่ยนไปทางไหน
ในการบรรยาย คุณกมลวรรณพาไล่ดูงานติดตามข้อมูลสื่อ (Media Monitoring) ตั้งแต่ประเภทของข้อมูลสื่อที่องค์กรควรติดตาม ไปจนถึงการวิเคราะห์และจัดทำเป็นรายงานเชิงลึก นอกจากปริมาณข่าว รายงานเชิงลึกยังช่วยให้เห็นทิศทางของข่าวสารและเสียงตอบรับ ผู้บริหารจึงนำไปประกอบการวางแผนได้ตรงกับเรื่องที่กำลังตัดสินใจ
ในภาวะวิกฤต เวลาคือส่วนหนึ่งของคุณค่าข้อมูล
ข้อมูลจะช่วยองค์กรได้มากที่สุดเมื่อไปถึงผู้ตัดสินใจทันเวลา เรื่องนี้เห็นชัดที่สุดเมื่อเกิดประเด็นที่กระทบต่อภาพลักษณ์องค์กร
ระบบเตือนภัยข่าวสารอย่าง Media & Crisis Alert ที่ยกเป็นตัวอย่างในการบรรยาย ช่วยให้องค์กรรู้ตัวเร็วพอที่จะรับมือและบริหารความเสี่ยงได้ บทเรียนที่นำไปใช้ได้กว้างกว่าเรื่องวิกฤตคือ การออกแบบระบบสารสนเทศที่ดีคำนึงถึงทั้งความครบถ้วนของข้อมูล และเวลาที่ข้อมูลไปถึงคนที่ต้องใช้
ทักษะการจัดการสารสนเทศในธุรกิจข้อมูล
การคัดเลือกแหล่งข้อมูล การจัดระเบียบ การวิเคราะห์ และการสังเคราะห์ คืองานที่ธุรกิจ Data & Media Intelligence ทำทุกวัน ทักษะที่ผู้เรียนด้านการจัดการสารสนเทศฝึกในห้องเรียนจึงต่อยอดสู่งานในธุรกิจสารสนเทศได้โดยตรง
สิ่งที่งานจริงเพิ่มเข้ามาคือการเริ่มต้นจากคำถามของผู้ใช้ ก่อนวิเคราะห์ควรรู้ว่าผลลัพธ์จะถูกใช้ตัดสินใจเรื่องอะไร และต้องส่งถึงใครภายในเวลาเท่าไร สองคำถามนี้กำหนดตั้งแต่การเลือกข้อมูลไปจนถึงรูปแบบรายงาน
ขอขอบคุณ ดร.จุฑาทิพย์ จันทร์ลุน รองคณบดีฝ่ายวิชาการและพัฒนาคุณภาพการศึกษา และอาจารย์ประจำภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ที่เปิดโอกาสให้ดาต้าเซ็ตได้ร่วมบรรยายในรายวิชานี้ และขอบคุณนักศึกษาทุกคนที่ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
[เกี่ยวกับการบรรยาย: ดาต้าเซ็ตบรรยายพิเศษออนไลน์ โดยคุณกมลวรรณ วรรณวิธู Media Monitoring Operation Manager เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 เวลา 9.00–12.00 น. รายวิชาการวิเคราะห์และสังเคราะห์สารสนเทศ (Information Analysis and Synthesis) หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการจัดการสารสนเทศ (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2569) ภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร]





