โรงพยาบาลสตรี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง
เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โรงพยาบาลสตรี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง ได้เฉลิมฉลองวาระครบรอบ 75 ปีแห่งการก่อตั้ง จากจุดเริ่มต้นในการเป็นโรงพยาบาลแม่และเด็กขนาดเล็ก ๆ แห่งหนึ่งริมทะเลสาบซีหู ในเมืองหางโจว เมืองเอกของมณฑลเจ้อเจียงทางตะวันออกของจีน ปัจจุบันได้เติบโตสู่การเป็นสถาบันการแพทย์ชั้นนำที่เปิดให้บริการครอบคลุม 3 วิทยาเขต ได้แก่ หูบิน เฉียนเจียง และอวี่หาง เพื่อมอบบริการทางการแพทย์ให้แก่ผู้ป่วยทั้งในมณฑลเจ้อเจียง ทั่วประเทศจีน และในระดับสากล
ด้วยวิสัยทัศน์ที่ "หยั่งรากในเจ้อเจียง รับใช้ชาวจีน เชื่อมโยงในระดับสากล" โรงพยาบาลแห่งนี้จึงอุทิศตนเพื่อสร้างศูนย์กลางทางการแพทย์ระดับโลกด้านสุขภาพสตรีและเด็กตามแบบฉบับของจีน พร้อมขับเคลื่อนนวัตกรรมทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำเสนอโซลูชันจีนที่มีประสิทธิภาพและสามารถนำไปต่อยอดได้ในระดับสากล เพื่อสุขภาวะที่ดีของสตรีและเด็กทั่วโลก
มุ่งคิดค้นนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ที่ล้ำสมัย เพื่อบุกเบิกความก้าวหน้า
ตลอด 75 ปีที่ผ่านมา โรงพยาบาลแห่งนี้ยึดถือหลักการสำคัญที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง นั่นคือการวิจัยทางการแพทย์ต้องเริ่มต้นจากความต้องการของผู้ป่วย และย้อนกลับไปสู่การรักษาผู้ป่วย
โรงพยาบาลแห่งนี้มุ่งเน้นในสาขาที่เป็นประเด็นสำคัญระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันความพิการแต่กำเนิด โรคมะเร็งนรีเวช การตั้งครรภ์ความเสี่ยงสูง สุขภาพเจริญพันธุ์ และโรคทางนรีเวชที่ซับซ้อน จนประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยผลงานวิจัยชิ้นสำคัญได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับโลกอย่างไซแอนซ์ (Science) และบีเอ็มเจ (BMJ) ขณะที่บุคลากรทางการแพทย์ก็นำไปปรับใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลก
ในด้านการป้องกันความพิการแต่กำเนิดนั้น ทางโรงพยาบาลก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในระดับแนวหน้าของโลก โดยผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ากับเทคโนโลยีพหุโอมิกส์ (Multi-omics) จนประสบความสำเร็จในการทำคลอดทารกที่มีสุขภาพแข็งแรงรายแรกของจีน จากการใช้ AI ช่วยประเมินความเสี่ยงทางพันธุกรรมของตัวอ่อนเพื่อป้องกันโรคมะเร็งเต้านมที่ส่งต่อทางพันธุกรรม นับเป็นการสกัดกั้นยีนที่มีความเสี่ยงสูงได้สำเร็จตั้งแต่ก่อนการปฏิสนธิ
นอกจากนี้ ทางโรงพยาบาลยังได้พัฒนาชุดตรวจพันธุกรรมก่อนคลอด และยกระดับการตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมทารกในครรภ์จากเลือดมารดา (NIPT) ซึ่งเข้ามาอุดช่องว่างทางเทคโนโลยีของจีน พร้อมทั้งเป็นผู้นำในโครงการฐานข้อมูลโอมิกส์เชิงบูรณาการในทารกแรกเกิดแห่งประเทศจีน เพื่อสร้างฐานข้อมูลสุขภาพพื้นฐาน ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการศึกษาวิจัยด้านกุมารเวชศาสตร์ระดับโลก
สำหรับด้านนรีเวชมะเร็งวิทยาแบบแม่นยำ ทางโรงพยาบาลได้สร้างมาตรฐานใหม่ในการรักษา โดยเป็นผู้ริเริ่มนำสูตรการรักษาด้วยเคมีบำบัดร่วมกับภูมิคุ้มกันบำบัดมาใช้กับโรคมะเร็งรังไข่และมะเร็งปากมดลูกระยะลุกลาม ซึ่งช่วยยืดอายุขัยของผู้ป่วยได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังใช้เทคโนโลยีโอมิกส์ระดับเซลล์เดี่ยวในการสร้างระบบจำแนกประเภทโมเลกุลสำหรับมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกขึ้นใหม่ ทำให้สามารถรักษาแบบเฉพาะบุคคลได้อย่างแท้จริง ขณะที่ระเบียบวิธีการรักษาที่เป็นมาตรฐานของโรงพยาบาลฯ ในการรับมือกับการตั้งครรภ์ไข่ปลาอุกและมะเร็งเนื้อรก (Gestational Trophoblastic Disease) ก็ได้กลายเป็นต้นแบบอ้างอิงระดับประเทศในปัจจุบัน
โรงพยาบาลฯ ยังดำเนินระบบบริหารจัดการสุขภาพสตรีอย่างครอบคลุมตลอดทุกช่วงวัย ตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น วัยเจริญพันธุ์ การตั้งครรภ์ การฟื้นฟูหลังคลอด ไปจนถึงวัยหมดประจำเดือน และด้วยประสิทธิภาพของโครงการความปลอดภัยของมารดา ส่งผลให้โรงพยาบาลฯ มีอัตราความสำเร็จในการรักษาเคสคุณแม่ในภาวะวิกฤตสูงถึง 100% ซึ่งมีส่วนสำคัญที่ทำให้มณฑลเจ้อเจียงเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีอัตราการเสียชีวิตของมารดาต่ำที่สุดในประเทศจีน
สร้างระบบนิเวศทางการแพทย์ระดับโลก เพื่อขับเคลื่อนความก้าวหน้า
นวัตกรรมที่ยั่งยืนจำเป็นต้องมีรากฐานที่แข็งแกร่ง ทั้งในด้านแพลตฟอร์ม ระบบ และบุคลากร โดยตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ทางโรงพยาบาลได้สร้างระบบนิเวศด้านการวิจัยและการต่อยอดองค์ความรู้ในสาขาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยาที่ล้ำสมัยและมีมาตรฐานเทียบเท่าระดับสากล
โรงพยาบาลแห่งนี้เป็นที่ตั้งแพลตฟอร์มการวิจัยระดับประเทศและระดับมณฑลมากกว่า 10 แห่ง รวมถึงห้องปฏิบัติการหลักด้านพันธุศาสตร์การเจริญพันธุ์ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยศูนย์วิจัยเหล่านี้มุ่งศึกษาประเด็นสำคัญอย่างสุขภาพเจริญพันธุ์ การป้องกันความพิการแต่กำเนิด โรคทางนรีเวชร้ายแรง ตลอดจนความปลอดภัยของมารดาและทารกแรกเกิด
นอกจากนี้ โรงพยาบาลฯ ยังเปิดให้บริการหอผู้ป่วยวิจัยที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน และคลังเก็บตัวอย่างทางชีวภาพระดับประเทศที่มีขีดความสามารถในการจัดเก็บตัวอย่างทางคลินิกได้สูงถึงหลายล้านตัวอย่าง เพื่อรองรับงานวิจัยทางการแพทย์คุณภาพสูง พร้อมด้วยระบบการวิจัยทางคลินิกแบบครบวงจร 6 ใน 1 ที่ช่วยเร่งกระบวนการเปลี่ยนผลงานวิจัยจากห้องแล็บไปสู่การรักษาจริงกับผู้ป่วยให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
เพื่อเร่งผลักดันให้นวัตกรรมเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม โรงพยาบาลฯ ได้จัดตั้งพันธมิตรนวัตกรรมและการประยุกต์ใช้ทางสูตินรีเวชวิทยาแห่งมณฑลเจ้อเจียง ซึ่งเป็นการผนึกกำลังระหว่างสถาบันการศึกษา ภาคอุตสาหกรรม และสถานพยาบาล เพื่อเปลี่ยนผลงานวิจัยให้เป็นเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้งานจริงในทางคลินิกนับสิบรายการ
ความสำเร็จที่โดดเด่นคือผลงานจากการร่วมพัฒนากับมหาวิทยาลัยเจ้อเจียง ในการสร้าง "Shanyu Large Model" ซึ่งเป็นโมเดลภาษาขนาดใหญ่ระบบแรกของจีนที่ออกแบบมาเพื่อสาขาสูตินรีเวชวิทยาโดยเฉพาะ โดยเข้ามามีบทบาทสำคัญทั้งในด้านการวินิจฉัยโรค การวิเคราะห์เชิงวิชาการ และการบริหารจัดการสุขภาพส่วนบุคคล ซึ่งถือเป็นการนำปัญญาประดิษฐ์ไปใช้ในระบบการดูแลรักษาผู้ป่วยในชีวิตประจำวันอย่างเต็มตัว
นอกจากนี้ ทางโรงพยาบาลยังมุ่งบ่มเพาะบุคลากรผ่านโครงการสรรหาและพัฒนาศักยภาพอันเข้มข้น โดยให้การสนับสนุนนักวิจัยรุ่นใหม่ นักวิจัยหลังปริญญาเอก และโครงการนวัตกรรมต่าง ๆ พร้อมทั้งมีการมอบรางวัลเกียรติยศเพื่อเชิดชูวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดมั่นในความรอบคอบ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และความเมตตา จนเกิดเป็นทีมงานที่เข้มแข็งและมีศักยภาพในการทำงานสูงอย่างยั่งยืน
เปิดประตูสู่ความร่วมมือด้านสาธารณสุขระดับโลก
นวัตกรรมของโรงพยาบาลแห่งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภายในรั้วสถาบันเท่านั้น แต่ยังขยายขอบเขตออกไปอย่างกว้างขวางผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลและความร่วมมือในระดับสากล
ด้วยแพลตฟอร์มการแพทย์ทางไกลเพื่อสุขภาพแม่และเด็ก ทำให้โรงพยาบาลแห่งนี้ส่งต่อบริการทางการแพทย์คุณภาพสูงไปถึงชุมชนระดับท้องถิ่นและพื้นที่ห่างไกลได้ โดยมีโครงการสำคัญ อาทิ การเยี่ยมทารกแรกเกิดทางไกลผ่านเทคโนโลยี 5G และ VR, การตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจทารกในครรภ์แบบทางไกล และการดูแลแม่และเด็กที่บ้านผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งโครงการเหล่านี้ได้กลายเป็นต้นแบบของความสำเร็จทั้งในระดับมณฑลและระดับประเทศ ทั้งนี้ การให้คำปรึกษาทางไกล การฝึกอบรมบุคลากร และระบบติดตามผลอย่างชาญฉลาด ล้วนมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับงานบริการสาธารณสุขพื้นฐานทั่วประเทศจีน
ในระดับนานาชาตินั้น โรงพยาบาลแห่งนี้ได้ร่วมมือกับสถาบันชั้นนำระดับโลกมากมาย ทั้งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ มหาวิทยาลัยเคยู เลอเฟิน (KU Leuven) และมหาวิทยาลัยโมนาช เพื่อร่วมกันวิจัยและบ่มเพาะบุคลากรผู้เชี่ยวชาญในสาขาพันธุศาสตร์การเจริญพันธุ์ เทคโนโลยีพหุโอมิกส์ระดับเซลล์เดี่ยว และวิทยาการทางการแพทย์ล้ำสมัยอื่น ๆ
ทางโรงพยาบาลยังร่วมขับเคลื่อนโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road) และสร้างความร่วมมือกับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการแพทย์ จัดหลักสูตรฝึกอบรม และร่วมทำศัลยกรรมเพื่อแลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญ พร้อมทั้งแบ่งปันแนวปฏิบัติอันเป็นเลิศของจีนในการป้องกันความพิการแต่กำเนิด การดูแลมารดาที่มีความเสี่ยงสูง และนรีเวชมะเร็งวิทยาให้ประเทศต่าง ๆ ทั้งในเอเชีย ยุโรป และแอฟริกา
สำหรับอนาคตข้างหน้า ทางโรงพยาบาลกำลังเร่งขับเคลื่อน 6 แผนงานเชิงยุทธศาสตร์ ได้แก่ การคุ้มครองภาวะเจริญพันธุ์ การป้องกันความพิการแต่กำเนิด ความปลอดภัยของมารดาและทารก การทำคลอดโดยยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง การยกระดับคุณภาพ และนวัตกรรมดิจิทัล โดยมีเป้าหมายเพื่อก้าวสู่การเป็นโรงพยาบาลแห่งนวัตกรรมและการวิจัยที่ยึดผู้ป่วยเป็นหัวใจสำคัญ เพื่อส่งเสริมการเจริญพันธุ์ พัฒนาสุขภาพเด็ก และยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพแม่และเด็กทั่วประเทศให้ดียิ่งขึ้น
ตลอด 75 ปีแห่งความทุ่มเทและการค้นคว้า โรงพยาบาลสตรี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง ยังคงเดินหน้าตามพันธกิจในการปกป้องชีวิตและยกระดับสุขภาวะของมวลมนุษย์ โดยการเปลี่ยนผ่านจากโรงพยาบาลท้องถิ่นสู่การเป็นผู้นำระดับประเทศและพันธมิตรรายสำคัญในระดับสากลนั้น คือบทพิสูจน์ศักยภาพของจีนในการนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่มีคุณค่าและยั่งยืน เพื่อสตรีและเด็กในทุกพื้นที่
ที่มา: โรงพยาบาลสตรี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง