- By Pongpipat Tungkavichitwat, Trapoom Rakkumnerd
ดาต้าเซ็ตเปิดเสียงโซเชียล สะท้อนโจทย์เมือง
ในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 2569 บริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด ได้วิเคราะห์เสียงบนโซเชียลมีเดียในช่วงหาเสียง ด้วยเครื่องมือ Social Listening (dxt:360) พบว่า "AI และเทคโนโลยี" เป็นเรื่องที่คนกรุงเทพฯ พูดถึงมากที่สุด คิดเป็น 25.1% ของการพูดถึงทั้งหมด แต่ปัญหาที่คนเดือดร้อนจริงในชีวิตประจำวันกลับเป็น "น้ำท่วม" และ "รถติด" โดยน้ำท่วมถูกพูดถึงมากถึง 12 จาก 15 เขตที่ติดอันดับ
บริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากโซเชียลมีเดียผ่านเครื่องมือ Social Listening (dxt:360) ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 18 พฤษภาคม ถึง 22 มิถุนายน 2569 เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์หา Insight ว่า เสียงสะท้อนบนโลกออนไลน์คาดหวังและต้องการอะไรจากการเลือกตั้งครั้งนี้
การวิเคราะห์ครอบคลุมทั้งโพสต์และความคิดเห็นจำนวนกว่า 3,700 โพสต์ และมีเอนเกจเมนต์มากกว่า 4.2 ล้านครั้ง โดยข้อมูลสะท้อนเสียงของผู้ใช้งานที่แสดงความเห็นบนโลกออนไลน์ ซึ่งอาจไม่ใช่ภาพแทนของคนกรุงเทพฯ ทั้งหมด
AI ถูกพูดถึงมากที่สุด แต่ปัญหาที่คนกรุงเจอ คือ “น้ำท่วม–รถติด”
เมื่อดูภาพรวมการพูดถึงทั้งหมด AI และเทคโนโลยีคือประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุด (25.1%) ของการเลือกตั้งครั้งนี้ ตั้งแต่การใช้ AI จัดการจราจร แก้ปัญหาน้ำท่วม ไปจนถึงระบบ Open Data เพื่อลดทุจริต แต่ส่วนใหญ่เป็นการพูดถึงในภาพกว้างระดับนโยบายและวิสัยทัศน์มากกว่าจะเป็นปัญหาที่คนบ่นจากประสบการณ์ตรง
ในทางกลับกัน เมื่อเจาะลงไปที่การพูดถึงแบบผูกกับชื่อเขต และความเห็นของผู้ใช้งาน พบว่า น้ำท่วมและการจราจรคือสิ่งที่คนกรุงเทพฯ เดือดร้อนจริงในชีวิตประจำวัน โดยน้ำท่วมปรากฏเป็นปัญหาที่ถูกพูดถึงมากถึง 12 จาก 15 เขตที่ถูกพูดถึงมากที่สุด
พูดง่าย ๆ คือ “เรื่องที่คนพูดถึงมากที่สุด” กับ “เรื่องที่คนเดือดร้อนจริง” เป็นคนละเรื่องกัน
TikTok ครองสนามการสื่อสาร 68% ของการพูดถึง
ข้อมูล Social Listening ชี้ว่าการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 เป็นอีกครั้งที่ตอกย้ำว่า TikTok ถูกใช้เป็นช่องทางสื่อสารทางการเมือง โดยมีสัดส่วนการพูดถึงสูงถึง 68.1% ของทุกช่องทาง ทิ้งห่าง Facebook ที่ตามมาเป็นอันดับสองด้วยสัดส่วนเพียง 14.2% สะท้อนว่าการสื่อสารทางการเมืองได้ย้ายเข้าสู่ยุค “วิดีโอสั้น” (Short-Form Video) อย่างเต็มตัว แนวโน้มนี้ต่อเนื่องมาตั้งแต่การเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 ที่ TikTok เริ่มมีบทบาทสูงในการสื่อสารการเมืองอยู่แล้ว
เจาะ 5 ประเด็นที่คนกรุงเทพฯ พูดถึง (Mention) มากที่สุด
1)AI และเทคโนโลยี — วาระที่เป็นความหวังแห่งยุคสมัย (25.1%)
AI และเทคโนโลยี เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุด สะท้อนว่าทั้งผู้สมัครและสังคมต่างมองเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือหลักในการแก้ปัญหาเมือง ตั้งแต่การใช้ AI ควบคุมสัญญาณไฟจราจร การแก้ปัญหาน้ำท่วม ไปจนถึงการนำระบบ Open Data มาใช้เพื่อลดทุจริตคอร์รัปชัน
2)ระบบขนส่ง — ปัญหาจริงในชีวิตประจำวัน (21.9%)
ประชาชนพูดถึงปัญหาจราจรระดับ “ตรอก ซอก ซอย” มากกว่าภาพใหญ่ของเมือง ปัญหาที่ถูกพูดซ้ำ ๆ อย่างเช่น การจอดรถขวางทาง มอเตอร์ไซค์จอดไม่เป็นระเบียบในซอย และวินัยจราจรที่ลดลง ซึ่งเป็นปัญหาที่ผู้สมัครมักไม่ค่อยพูดถึง แต่ประชาชนกลับรู้สึกได้ในชีวิตประจำวัน
3)น้ำท่วม — ปัญหาเดิมๆ ที่ทำให้คนกรุงชินชา (20.5%)
แม้ AI และระบบขนส่งจะถูกพูดถึงในโพสต์มากกว่า แต่เมื่อดูจากการพูดถึงที่ผูกกับชื่อเขตและความคิดเห็นโดยตรงของประชาชน น้ำท่วมคือปัญหาที่ปรากฎเป็นอันดับต้น ๆ ในหลายเขตมากที่สุด และเป็นปัญหาที่สะสมมานานจนคนกรุงเทพฯ ส่วนหนึ่งเริ่ม “ชินชา” โดยเฉพาะในเขตชั้นนอกอย่างบางขุนเทียน ลาดกระบัง และดอนเมือง
4)ทุจริต — พูดถึงมาก แต่ยังไม่มั่นใจว่าจะแก้ได้จริง (17.4%)
ประเด็นทุจริตและระบบอุปถัมภ์ได้รับความสนใจมากขึ้นในช่วงท้ายของการหาเสียง ความคิดเห็นจำนวนมากสะท้อนว่า ประชาชนมองเรื่องนี้เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวบุคคล
5)ขยะและความสะอาด — ซับซ้อนกว่าที่คิด (15.1%)
ทั้งปัญหาจราจรและขยะล้วนมีมิติ “วินัยสาธารณะ” ซ่อนอยู่ ผู้สมัครทุกคนเสนอ “ระบบ” เพื่อแก้ปัญหา แต่ประชาชนเข้าใจดีว่า หากคนยังทิ้งขยะลงท่อและจอดรถขวางทางกัน ระบบที่ดีแค่ไหนก็แก้ไม่จบง่าย ๆ
เปิดประเด็นปัญหาใน 15 เขตที่ถูกพูดถึงมากที่สุดบนโซเชียลมีเดีย
จากการวิเคราะห์โพสต์ที่กล่าวถึงชื่อเขตต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานคร ร่วมกับคำสำคัญที่บ่งบอกถึงปัญหา เช่นน้ำท่วม รถติด ขยะ ทุจริต ฯลฯ สามารถจัดอันดับเขตที่มีปัญหาถูกพูดถึงสูงสุด 15 อันดับแรก
ข้อสังเกตสำคัญ: เขตชั้นในอย่างดินแดง ลาดพร้าว และจตุจักร ถูกพูดถึงเรื่องจราจรและทุจริตเป็นหลัก ขณะที่เขตรอบนอกอย่างบางขุนเทียน ลาดกระบัง และคลองสามวา ถูกพูดถึงเรื่องน้ำท่วมและโครงสร้างพื้นฐาน สะท้อนให้เห็นความต่างของปัญหาระหว่างเขตชั้นในและชั้นนอกของกรุงเทพฯ
4 สิ่งที่คนกรุงเทพฯ สะท้อนว่า “อยากเห็นจากผู้ว่าฯ คนต่อไป”
จากการประมวลการพูดถึงและความคิดเห็นบนโซเชียลมีเดีย สรุปสิ่งที่คนกรุงเทพฯ ต้องการได้ 4 ข้อหลัก
1)ผู้นำที่ลงพื้นที่จริง ไม่ใช่แค่สั่งการจากห้องประชุม
ความคิดเห็นที่ได้รับการตอบรับสูงสุด คือการที่ผู้สมัครลงพื้นที่แก้ปัญหานอกเวลาราชการหรือในช่วงเวลาวิกฤต และเข้าถึงได้ไม่ต่างจากคนธรรมดาทั่วไป คนกรุงต้องการ “พ่อบ้าน” ที่จัดการได้จริง ไม่ใช่แค่นักการเมือง
2)แก้น้ำท่วมและโครงสร้างพื้นฐานระดับเส้นเลือดฝอย
ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการแค่โครงการใหญ่ระดับเมือง แต่ต้องการเห็นการแก้ปัญหาระดับซอยและชุมชนที่กระทบชีวิตประจำวัน ทั้งซอยน้ำท่วม ท่อระบายน้ำอุดตัน หรือถนนชำรุดเสียหาย
3)ความโปร่งใสและระบบที่ตรวจสอบได้
ทุจริตเป็นประเด็นที่คนกรุงพูดถึงในเชิง “เหนื่อยใจ” มากกว่าโกรธเคือง และต้องการระบบที่ลดการใช้ดุลพินิจ ไม่ว่าจะเป็นการอนุมัติก่อสร้าง การจัดเก็บภาษี และการจัดการหาบเร่แผงลอย เพราะมองว่าระบบที่ตรวจสอบได้คือทางออกที่ยั่งยืน
4)เศรษฐกิจเมืองที่สร้างโอกาสให้คนทุกระดับ
คนกรุงต้องการผู้ว่าฯ ที่มองเห็นทั้งเศรษฐกิจฐานราก เช่น พ่อค้าแม่ขาย และเศรษฐกิจระดับบนที่ดึงดูดบริษัทและนักลงทุนมาสร้างงาน ไม่ใช่แค่พัฒนาระบบขนส่งหรือสวนสาธารณะ
ทั้งหมดนี้ คือภาพสะท้อนเสียงของคนกรุงเทพฯ บนโลกออนไลน์ ที่อยากเห็นเมืองดีขึ้น ทั้งเรื่องน้ำท่วม จราจร ขยะ ทุจริต และโอกาสทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นโจทย์ที่รอผู้ว่าฯ คนใหม่เข้ามาแก้ไข
ข้อมูลทั้งหมดที่นำมาวิเคราะห์หา Insight รวบรวมจาก dxt:360 (Social Listening and Media Monitoring Platform) ของบริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด โดยเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 18 พฤษภาคม – 22 มิถุนายน 2569 จากแหล่งข้อมูล ได้แก่ Facebook, Instagram, X, TikTok, YouTube และ Pantip




