หากพูดถึงเทรนด์การออกกำลังกายในช่วงที่ผ่านมา หลายคนอาจนึกถึงกิจกรรมการวิ่ง City Run หรือการแข่งขัน HYROX ที่ได้รับความสนใจบนโซเชียลมีเดีย แต่มีอีกหนึ่งกิจกรรมที่กำลังกลายเป็น “Urban Trend” ใหม่ ที่สะท้อนพฤติกรรมคนเมืองยุคใหม่ คือ "แอโรบิกสวนลุมพินี" กิจกรรมที่หลายคนมีภาพจำว่าเป็นแค่พื้นที่ออกกำลังกายของผู้สูงวัย แต่จากข้อมูลพบว่า มี Engagement รวมกว่า 2.6 ล้านครั้ง และยอดวิวกว่า 36.3 ล้านครั้ง ในช่วงเวลาเก็บข้อมูล
วันนี้ลานเต้นแห่งนี้ไม่ได้เป็นของใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอีกต่อไป วัยรุ่น คนวัยทำงาน และนักท่องเที่ยวต่างหลั่งไหลมาร่วมออกสเต็ปด้วยกันอย่างเนืองแน่น
บริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด ได้รวบรวมข้อมูลบทสนทนาบนโซเชียลมีเดียผ่านเครื่องมือ dxt:360 Social Listening ระหว่างวันที่ 18 มีนาคม – 26 เมษายน 2569 เพื่อถอดรหัสปรากฏการณ์นี้ที่สะท้อนทั้งการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนเมืองที่หันมาเลือกกิจกรรมที่เข้าถึงง่าย และมิติอื่นทางสังคมมาก คำถามสำคัญคือ — อะไรทำให้กิจกรรมที่เรียบง่ายอย่าง “การเต้นแอโรบิก” กลับมาครองใจชาวโซเชียลได้ขนาดนี้?
TikTok จุดกระแสแอโรบิกฟีเวอร์
เพราะอะไรคนถึงแห่ไป สวนลุมพินี? จากการวิเคราะห์ Engagement แยกตามแพลตฟอร์ม พบว่า TikTok ครองสัดส่วนสูงสุดที่ 87.4% ตามด้วย Instagram, X และ Facebook โดยคอนเทนต์ที่สร้างการมีส่วนร่วมได้ดีที่สุดไม่ใช่รีวิวหรือคำแนะนำ แต่เป็น “คลิปการเต้นในสถานที่จริง” ซึ่งถ่ายทอดบรรยากาศและความสนุกอย่างตรงไปตรงมาของผู้เข้าร่วมกิจกรรม
ลักษณะคอนเทนต์ดังกล่าวช่วยสะท้อนบรรยากาศของกิจกรรม และมีส่วนทำให้ผู้ใช้งานบางส่วนสนใจ ระบุว่าอยากเข้าร่วมกิจกรรม รวมถึงดูคอนเทนต์แล้วให้ความรู้สึกเหมือนได้ “เข้าไปอยู่ในโมเมนต์นั้น” — เพลงที่เร้าใจ ฝูงชนที่เคลื่อนไหวพร้อมกัน และบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับการออกไปใช้ชีวิต มากกว่าการออกกำลังกายแบบจริงจัง ส่งผลให้ผู้ชมเกิดแรงจูงใจอยากไปสัมผัสด้วยตัวเอง
ที่น่าสนใจคือ กระแสนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในประเทศ แต่ยังดึงดูดความสนใจจากชาวต่างชาติ โดยพบคอมเมนต์จากผู้ใช้งานต่างชาติที่กล่าวถึงบรรยากาศของกิจกรรมในเชิงบวก เช่น ความสนุกและความเป็นมิตรของผู้เข้าร่วม
ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้คนไม่ได้มองแอโรบิกในฐานะ “การออกกำลังกาย” แต่เป็น “กิจกรรมความบันเทิงที่เข้าถึงได้ฟรี” ความสนุกจึงกลายเป็นประตูแรกที่ดึงดูดผู้คนเข้ามา ขณะที่ประโยชน์ด้านสุขภาพเป็นผลลัพธ์ที่ตามมา กล่าวได้ว่า แอโรบิกที่สวนลุมพินี ไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยแรงจูงใจด้านสุขภาพเพียงอย่างเดียว แต่ขับเคลื่อนด้วย “ประสบการณ์ที่อยากบอกต่อ” และ TikTok คือกลไกสำคัญที่เปลี่ยนประสบการณ์นั้นให้กลายเป็นกระแสในวงกว้าง
คนพูดถึงแอโรบิกสวนลุมอย่างไร? ถอด Sentiment จากโซเชียล
จากการวิเคราะห์ Sentiment ของผู้คนบนโซเชียลมีเดีย พบว่า ภาพรวมของบทสนทนาส่วนใหญ่เป็นไปในเชิงบวก 73.1% รองลงมาเป็นกลาง 24.8% และเชิงลบ 2.1%
😊 Positive 73.1% — ความรู้สึกที่คนพูดถึงมากที่สุด
ผู้ใช้งานจำนวนมากพูดถึง “ความสนุกและบรรยากาศ” ของลานแอโรบิก ที่ให้ความรู้สึกคึกคักที่แตกต่างจากการออกกำลังกายทั่วไป และหลายคนยังระบุว่า “อยากลองไปสัมผัสด้วยตัวเอง” หลังจากเห็นคลิปบนโซเชียล ขณะเดียวกันก็มีการชื่นชมบทบาทของกรุงเทพมหานครที่เข้ามาสนับสนุนกิจกรรม ทำให้พื้นที่สาธารณะถูกใช้งานได้อย่างมีชีวิตชีวา
😐 Neutral 24.8% — ประเด็นอื่น ๆ ที่มีการกล่าวถึง
ในฝั่งความคิดเห็นเชิงกลาง ส่วนใหญ่เป็นการพูดคุยในลักษณะเป็นกันเอง เช่น การแซวว่าท่าเต้นดูยากหรือเต้นตามไม่ทัน ซึ่งแม้จะเป็นการตั้งข้อสังเกต แต่ก็สะท้อนอารมณ์ขันและการมีส่วนร่วมมากกว่าการวิจารณ์จริงจัง รวมถึงการพูดถึงเพลง จังหวะ และความหนาแน่นของผู้คนในบางช่วงเวลา
😠 Negative 2.1 % — เสียงวิจารณ์ในเชิงลบยังมีอยู่
ด้านความคิดเห็นเชิงลบพบในสัดส่วนที่น้อยมาก และไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ตัวกิจกรรมแอโรบิกโดยตรง แต่เป็นการตั้งข้อสังเกตเรื่องความเป็นส่วนตัวจากการถ่ายคลิปลง TikTok ที่อาจติดบุคคลอื่นในพื้นที่สาธารณะ รวมถึงประเด็นทางสังคมโดยรอบมากกว่า
สวนลุมไวบ์ใหม่สายฟิต Ecosystem ของเมือง
เมื่อวิเคราะห์บทสนทนาจากฐานข้อมูล dxt:360 พบว่า การพูดถึงสวนลุมไม่ได้จำกัดอยู่เพียง “แอโรบิก” แต่กำลังขยายตัวเป็น ecosystem ของกิจกรรมและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายมากขึ้น โดยมีทั้งมิติของสุขภาพ ความบันเทิง อีเวนต์ ไปจนถึงอาหารและการท่องเที่ยว
แม้ “แอโรบิกและการเต้น” (35.9%) จะยังคงเป็นแกนหลักของบทสนทนา แต่การออกกำลังกายประเภทอื่น ๆ เช่น วิ่ง, ปั่นจักรยาน, โยคะ (28.2%) ได้รับการพูดถึงเป็นอันดับรองลงมา สะท้อนให้เห็นว่า การพูดถึง “สวนลุมพินี” ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกิจกรรมแอโรบิก แต่ครอบคลุมกิจกรรมด้านสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ ได้ครบในพื้นที่เดียว “Urban Wellness Destination”
ขณะเดียวกัน บทสนทนาเกี่ยวกับ “ไวรัล / คอนเทนต์ / โซเชียล” (13.7%) และ “งานฉลองสวนลุม 100 ปี / งานอีเวนต์” (6.0%) ยังสะท้อนให้เห็นว่าพื้นที่แห่งนี้ถูกกระตุ้นให้มีความคึกคักอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากพลังของผู้ใช้งานเองและกิจกรรมที่ถูกจัดขึ้น โดยเฉพาะ “งานฉลองสวนลุม 100 ปี” ที่กรุงเทพมหานครจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26–30 เมษายน 2569 ซึ่งรวบรวมกิจกรรมหลากหลาย ทั้งการแสดงแสง สี เสียงบนหอนาฬิกาอันเป็นสัญลักษณ์ของสวนลุมฯ การแสดงดนตรีจากวงออร์เคสตราชั้นนำ กิจกรรมลีลาศ โยคะ เวิร์กชอปโขน รวมถึงเทศกาลอาหารอร่อยที่คัดสรรเมนูเด็ดจาก 50 เขตทั่วกรุงเทพฯ
ขณะที่บทสนทนาเกี่ยวกับบุคคลดัง เช่น ดาด้า มิสแกรนด์กาฬสินธุ์ และแทยง NCT (8.3%) ยิ่งตอกย้ำว่า “คนดัง” หรือ influencer ยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยต่อยอดให้กระแสขยายออกไปในวงกว้าง และเชื่อมโยงสวนลุมฯ เข้ากับ audience กลุ่มใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็ว
กิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงเพิ่มความคึกคักให้กับพื้นที่ แต่ยังช่วยสร้างเรื่องราวและบรรยากาศที่ถูกนำไปเผยแพร่ต่อในโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สวนลุมพินีไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับใช้งาน แต่กลายเป็นพื้นที่ที่มีชีวิตและสร้างกระแสความสนใจได้อย่างสม่ำเสมอ
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าจับตาคือ “ศูนย์อาหาร Hawker Center” ซึ่งผู้ใช้งานบางส่วนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับราคา ความหลากหลายของร้านค้า เอกลักษณ์ของสตรีทฟู้ดไทย รวมถึงประสบการณ์การใช้พื้นที่
ในอีกมุมหนึ่ง กระแสของร้านขายน้ำฝรั่ง “SBS น้ำฝรั่งสวนลุม” ที่ถูกพูดถึงขึ้นมาอีกครั้ง แสดงให้เห็นว่า จำนวนผู้คนใหม่ ๆ ที่หลั่งไหลเข้าสวนลุมฯ สามารถ “ปลุกธุรกิจเดิม” ให้กลับมาเป็นที่สนใจได้ โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตัวสินค้า เพียงแต่อยู่ใน ecosystem ที่มีผู้คนและความสนใจหลั่งไหลเข้ามามากขึ้น
โดยภาพรวมของบทสนทนาทั้งหมดสะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนบทบาทของสวนลุมพินี จาก “พื้นที่ออกกำลังกาย” สู่ “Urban Lifestyle Ecosystem” ที่ประกอบด้วย 3 แกนสำคัญ ได้แก่
- Health: แอโรบิก วิ่ง ปั่นจักรยาน
- Experience: ไวรัล คอนเทนต์ อีเวนต์
- Commerce: อาหาร Hawker Center และร้านค้ารอบพื้นที่
เมื่อกิจกรรม ความสนุก และการใช้จ่ายเกิดขึ้นในพื้นที่เดียวกัน สวนลุมจึงไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายของการออกกำลังกาย แต่กำลังกลายเป็น “พื้นที่ที่ผู้คนเข้ามาใช้ชีวิต” เพื่อสร้างทั้งประสบการณ์และมูลค่าทางเศรษฐกิจไปพร้อมกัน
มากกว่ากระแสโซเชียล: บทบาทของพื้นที่สาธารณะมิติใหม่
กระแส ”แอโรบิกสวนลุม” อาจเริ่มต้นจากโซเชียลมีเดีย แต่ข้อมูลสะท้อนให้เห็นว่า “พื้นที่สาธารณะ” อย่างสวนลุมพินีกำลังถูกใช้งานในหลากหลายมิติ ทั้งด้านการออกกำลังกาย การพบปะ และการใช้เวลาว่างในชีวิตประจำวัน
ขณะเดียวกัน การเกิดขึ้นของกิจกรรมและคอนเทนต์บนโซเชียล ยังมีส่วนช่วยให้พื้นที่ดังกล่าวได้รับความสนใจในวงกว้าง และเชื่อมโยงไปสู่โอกาสทางเศรษฐกิจในพื้นที่โดยรอบ
ข้อมูลทั้งหมดที่นำมาวิเคราะห์หา Insight รวบรวมจาก dxt:360 (Social Listening and Media Monitoring Platform) ของบริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด โดยเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 18 มีนาคม – 26 เมษายน 2569 จากแหล่งข้อมูล ได้แก่ Facebook, Instagram, X, TikTok YouTube, Pantip และ Online Website
By Phornchanit Plienpho




