ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 31.42/43 แข็งค่าสอดคล้องภูมิภาค ตลาดเกาะติดคำตัดสินคดีภาษีทรัมป์คืนนี้

          นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้อยู่ที่ 31.42/43 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากเปิดตลาด
ที่ระดับ 31.50/55 บาท/ดอลลาร์ โดยระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 31.41 - 31.54 บาท/ดอลลาร์
          เงินบาทเคลื่อนไหวตามราคาทองคำที่ปรับขึ้นระหว่างวัน โดยเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาค 
          สำหรับคืนนี้ตลาดรอติดตามศาลสหรัฐฯ ว่าจะมีเรื่องมาตรการภาษีศุลกากรที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บังคับใช้ ร่วมด้วย
หรือไม่ ทั้งนี้ ตลาดคาดว่าเรื่องภาษีสหรัฐฯ ผลออกมาอาจไม่ได้ตัดสินว่าผิดทั้งหมด อาจมีความผิดแค่บางส่วนเท่านั้น เนื่องจากถ้าผิดทั้ง
หมด สหรัฐฯ จะต้องคืนเงินมหาศาล อย่างไรก็ดี คาดว่าในช่วงที่มีการแถลงผลตัดสิน ดอลลาร์สหรัฐฯ อาจมีการอ่อนค่าไปบ้าง แต่ไม่มาก 
เนื่องจากตลาดรับข่าวไปแล้วส่วนหนึ่ง
          นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันพรุ่งนี้ไว้ที่ 31.30-31.60 บาท/ดอลลาร์

          * ปัจจัยสำคัญ
          - เงินเยน อยู่ที่ระดับ 158.80/81 เยน/ดอลลาร์ จากเมื่อเช้าที่ระดับ 159.30/40 เยน/ดอลลาร์
          - เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1650/1651 ดอลลาร์/ยูโร จากเมื่อเช้าที่ระดับ 1.1630/1645 ดอลลาร์/ยูโร
          - ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ 1,244.30 จุด เพิ่มขึ้น 9.00 จุด (+0.73%) มูลค่าซื้อขาย 39,177.88 ล้านบาท
          - สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 2,373.42 ล้านบาท
          - กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวในโอกาสเปิดสัมมนา ‘AEC Business Forum 2026’ ภายใต้ข้อ
หัว ‘New ASEAN: A Paradigm Shift’ ว่า อาเซียนกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความท้าทายจากภูมิรัฐศาสตร์ การค้า 
เทคโนโลยี สภาพภูมิอากาศและโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป แต่ทุกปัจจัยล้วนเป็นโอกาสให้ภูมิภาคอาเซียนได้ยกระดับความสามารถใน
การแข่งขัน หากประเทศสมาชิกเร่งเสริมความร่วมมือ ใช้ประโยชน์จากเมกะเทรนด์ และลงทุนในเทคโนโลยีสีเขียว ดิจิทัล และทักษะแรง
งาน อาเซียนจะสามารถก้าวขึ้นเป็นภูมิภาคที่น่าลงทุนที่สุดแห่งหนึ่งของโลกได้
          - ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยในวันนี้ (14 ม.ค.) ว่า BOJ ยังพร้อมเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
ต่อเนื่อง หากภาวะเศรษฐกิจและทิศทางเงินเฟ้อเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ หลังจากที่เพิ่งปรับขึ้นดอกเบี้ยสู่ระดับสูงสุดในรอบ 30 ปีเมื่อ
เดือนที่ผ่านมา
          - สำนักงานศุลกากรจีน (GAC) รายงานในวันนี้ว่า ยอดส่งออกเดือนธ.ค.พุ่งขึ้น 6.6% เมื่อเทียบเป็นรายปี มากกว่านัก
วิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 3% และแข็งแกร่งกว่าในเดือนพ.ย.ที่เพิ่มขึ้น 5.9%
          - ผู้บริหารระดับสูงของธนาคารเจพีมอร์แกน (JPMorgan) ได้ออกมาเตือนว่า ข้อเสนอของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่
จะจำกัดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตไว้ที่ 10% นั้น จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผู้บริโภค ซึ่งการแสดงความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับ
เสียงคัดค้านในอุตสาหกรรมการธนาคารของสหรัฐฯ ในขณะนี้